ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันจันทร์ (11 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ที่พุ่งขึ้น และหุ้น Airtel Africa ที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ช่วยให้ตลาดสามารถต้านทานแรงเทขายจากภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในตลาดโลก
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,269.43 จุด เพิ่มขึ้น 36.36 จุด หรือ +0.36%
หุ้น Airtel Africa พุ่งขึ้น 14.5% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเป็นหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในดัชนี FTSE 100
คณะกรรมการของ Bharti Airtel บริษัทแม่ของ Airtel Africa มีกำหนดประชุมในช่วงปลายสัปดาห์นี้ เพื่อพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ รวมถึงความเป็นไปได้ในการควบรวมกิจการ หรือเข้าซื้อหุ้นในบริษัทย่อยต่าง ๆ รวมถึง Airtel Africa
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ เช่น Anglo American และ Rio Tinto ต่างเป็นหนึ่งในหุ้นที่ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยพุ่งขึ้น 3.9% และ 3.3% ตามลำดับ
นักลงทุนยังคงเผชิญกับภาวะชะงักงันในตะวันออกกลาง หลังความหวังที่ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานได้ในเร็ววันถูกสั่นคลอน เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ปฏิเสธคำตอบของอิหร่านต่อข้อเสนอแผนสันติภาพของสหรัฐฯ
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 2.8% ซึ่งยังคงทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ
ข้อมูลเมื่อเดือนที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า อัตราเงินเฟ้อของอังกฤษเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.3% ในเดือนมี.ค. จากระดับ 3.0% ในเดือนก.พ.
แอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) เตือนเช่นกันว่า ผู้กำหนดนโยบายจะต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบากในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ว่าควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังประเมินความไม่แน่นอนทางการเมืองในอังกฤษด้วย
นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ เรียกร้องอย่างหนักแน่นต่อพรรคแรงงานให้ยังคงสนับสนุนเขาต่อไป และหลีกเลี่ยงการเปิดศึกชิงตำแหน่งผู้นำ ซึ่งเขาระบุว่าจะยิ่งสร้างความวุ่นวาย
ก่อนหน้านี้ สมาชิกสภานิติบัญญัติของพรรคแรงงานจำนวนหนึ่งเริ่มไม่สนับสนุนเขา หลังพรรคเผชิญผลการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ย่ำแย่ที่สุดสำหรับพรรครัฐบาลในรอบกว่า 30 ปี
นักกลยุทธ์ของ BofA Securities ระบุว่า ไม่ว่าใครจะเป็นผู้นำพรรคแรงงาน อังกฤษก็ยังคงเผชิญแรงกดดันด้านการคลังในระดับสูง พร้อมเสริมว่า รัฐบาลอาจถูกกดดันให้ช่วยเหลือภาคครัวเรือนจากผลกระทบของราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น
หุ้นกลุ่มเหมืองโลหะปรับตัวขึ้น 3.6% ขณะที่หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคส่วนบุคคลร่วงลง 3%
หุ้น Compass Group ปรับตัวขึ้น 2.4% หลังบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรปี 2569 โดยคาดหวังอุปสงค์ด้านบริการอาหารในสถานที่ทำงานและการได้สัญญาใหม่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ผลสำรวจภาคอุตสาหกรรมยังระบุว่า ตลาดแรงงานของอังกฤษชะลอตัวลงในเดือนเม.ย. เนื่องจากแรงกดดันด้านต้นทุนที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง