ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวพลิกปิดลบในวันนี้ (14 พ.ค.) หลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ระหว่างวัน โดยแรงบวกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ถูกสกัดด้วยแรงเทขายทำกำไร และแรงขายจากความผิดหวังในผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดที่ระดับ 62,654.05 จุด ลดลง 618.06 จุด หรือ -0.98%
หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวลงนำตลาด ได้แก่ กลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มก่อสร้าง
ระหว่างวัน ดัชนีนิกเกอิพุ่งทะลุสถิติเดิมของวันจันทร์ที่ 63,385.04 จุด ไปแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ที่ระดับ 63,799.32 จุดในช่วงสั้น ๆ ตามทิศทางหุ้นเทคโนโลยีในตลาดสหรัฐฯ เมื่อคืนวานนี้ ขณะที่นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นของบริษัทที่มีผลประกอบการแข็งแกร่ง ซึ่งช่วยหนุนตลาดในช่วงแรก
อย่างไรก็ตาม ดัชนีนิกเกอิได้ปรับตัวลงสู่แดนลบในการซื้อขายช่วงบ่าย เนื่องจากนักลงทุนแห่เทขายทำกำไรหลังจากตลาดปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน แรงส่งจากหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีก็เริ่มชะลอตัวลงเช่นกัน
หุ้นบางกลุ่มยังคงตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน หลังจากการประกาศผลประกอบการและคาดการณ์กำไรออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ ประกอบกับราคาสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ที่ยังคงทรงตัวอยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ได้เป็นปัจจัยเข้ามากดดันตลาดเพิ่มเติม
โคอิจิ ฟูจิชิโระ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากสถาบันวิจัยไดอิจิ ไลฟ์ กล่าวว่า "มีความรู้สึกชัดเจนว่านิกเกอิร้อนแรงเกินไป และเมื่อพิจารณาจากการปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงในช่วงสั้น ๆ ที่ผ่านมา ก็ทำให้รู้สึกได้จริง ๆ ว่าตลาดอาจจะวิ่งไปชนเพดานในไม่ช้านี้"