ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงกว่า 200 จุด โดยนักลงทุนจับตาราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร รวมทั้งความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ณ เวลา 19.08 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลบ 209 จุด หรือ 0.42% สู่ระดับ 49,408 จุด
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นในวันศุกร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 1 ปี ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษอายุ 30 ปี พุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1990 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นเช่นกัน
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดีดตัวขึ้นในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุระดับ 110 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมัน WTI ทะลุ 106 ดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐและอิหร่าน รวมทั้งความวิตกเกี่ยวกับการลดลงของปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลก
คำเตือนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ต่ออิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา บ่งชี้ว่า ภาวะชะงักงันของการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน อาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางทหารครั้งใหม่
ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ระบุว่า เวลาของอิหร่านกำลังหมดลง และพวกเขาควรรีบดำเนินการอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะไม่เหลืออะไรเลย
สหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่สูงเกินคาดในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด
FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนไม่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และให้น้ำหนักเกือบ 50% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนธ.ค.