-- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดร่วงกว่า 2% ในวันนี้ (21 พ.ค.) โดยถูกกดดันจากการที่นักลงทุนเทขายทำกำไรหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากหุ้นกลุ่มดังกล่าวทะยานขึ้นในช่วงที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากความแข็งแกร่งของบริษัทอินวิเดีย (Nvidia) ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐฯ
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ระดับ 4,077.28 จุด ลดลง 84.91 จุด หรือ -2.04%
-- ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดลบในวันนี้ (21 พ.ค.) ซึ่งเป็นการพลิกกลับจากแดนบวกในช่วงเช้า เนื่องจากบรรยากาศการลงทุนเริ่มอ่อนแรงลง ประกอบกับมีแรงเทขายทำกำไรออกมาทั่วทั้งตลาด โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มบริการทางการเงินและกลุ่มเทคโนโลยีที่เป็นปัจจัยหลักฉุดดัชนีให้ปรับตัวลดลง ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านอย่างใกล้ชิด
ดัชนีฮั่งเส็งปิดที่ระดับ 25,386.52 จุด ลดลง 264.60 จุด หรือ -1.03%
-- ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดพุ่งขึ้นในวันนี้ (21 พ.ค.) โดยทะยานขึ้นกว่า 3% เนื่องจากนักลงทุนขานรับความหวังเกี่ยวกับการคลี่คลายความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งช่วยลดความกังวลด้านราคาน้ำมันดิบ
ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดที่ระดับ 61,684.14 จุด พุ่งขึ้น 1,879.73 จุด หรือ +3.14%
-- ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดพุ่งกว่า 8% ในวันนี้ (21 พ.ค.) รับแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ (Samsung Electronics) สามารถบรรลุข้อตกลงค่าจ้างเบื้องต้นกับสหภาพแรงงาน ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงการนัดหยุดงานครั้งใหญ่ ขณะที่ผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาดของอินวิเดีย (Nvidia) รวมถึงมุมมองเชิงบวกต่อธุรกิจหุ่นยนต์ของบริษัท ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน
ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปิดที่ระดับ 7,815.59 จุด เพิ่มขึ้น 606.64 จุด หรือ +8.42%
-- ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดพุ่งขึ้นในวันนี้ (21 พ.ค.) โดยบรรยากาศการซื้อขายได้รับแรงหนุนจากตัวเลขจ้างงานเดือนเม.ย.ของออสเตรเลียที่ปรับตัวลดลงอย่างเหนือความคาดหมาย ซึ่งทำให้ตลาดมีความหวังว่าธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) อาจจะระงับวงจรการคุมเข้มนโยบายการเงิน
ดัชนี S&P/ASX 200 ปิดที่ 8,621.70 จุด เพิ่มขึ้น 125.10 จุด หรือ +1.47% และดัชนี All Ordinaries ปิดที่ 8,840.80 จุด เพิ่มขึ้น 123.80 จุด หรือ +1.42%