ดาวโจนส์ทะยานกว่า 400 จุดทำนิวไฮ ขานรับบอนด์ยีลด์ร่วง,เก็งสหรัฐ-อิหร่านใกล้ปิดดีล

ข่าวต่างประเทศ Friday May 22, 2026 23:36 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทะยานกว่า 400 จุด ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขานรับการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ รวมทั้งคาดการณ์ความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน

นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาการทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ของนายเควิน วอร์ช ในวันนี้

ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะปิดทำการในวันจันทร์ที่ 25 พ.ค. เนื่องในวัน Memorial Day

ณ เวลา 23.29 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ บวก 415.08 จุด หรือ 0.83% สู่ระดับ 50,700.74 จุด

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี พุ่งขึ้นเหนือระดับ 5.19% ในช่วงต้นสัปดาห์นี้ แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจากการทำสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านจะเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ

สำนักข่าวอัล อาราบิยา รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า ร่างข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านจะประกอบด้วย 9 ข้อ ได้แก่:-

1) การหยุดยิงโดยทันทีอย่างครอบคลุมและไม่มีเงื่อนไขในทุกแนวรบ

2) การรับประกันว่าจะไม่มีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร พลเรือน หรือเศรษฐกิจ

3) การยุติปฏิบัติการทางทหาร และการทำสงครามสื่อ

4) การเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน รวมทั้งการไม่แทรกแซงกิจการภายใน

5) เสรีภาพในการเดินเรือในอ่าวเปอร์เซีย ช่องแคบฮอร์มุซ และอ่าวโอมาน

6) การจัดตั้งกลไกติดตามและแก้ไขความขัดแย้งร่วมกัน

7) กำหนดให้มีการเริ่มการเจรจาเกี่ยวกับประเด็นที่ยังค้างอยู่ภายใน 7 วัน

8) การทยอยยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐเพื่อแลกกับการปฏิบัติตามเงื่อนไขของอิหร่าน

9) การยึดมั่นต่อกฎหมายระหว่างประเทศ และกฎบัตรสหประชาชาติ

รายงานระบุว่า ข้อตกลงเบื้องต้นจะมีผลบังคับใช้ทันที หลังทั้งสองฝ่ายประกาศอย่างเป็นทางการ

แหล่งข่าวจากปากีสถานกล่าวว่า การหารือเกี่ยวกับข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นยังคงเต็มไปด้วย "ความหวังอย่างระมัดระวัง"

รายงานระบุเพิ่มเติมว่า การลดช่องว่างระหว่างทั้งสองฝ่ายเป็นเรื่องยาก เพราะต่างก็มีข้อเรียกร้องสูง โดยประเด็นยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านยังคงเป็นจุดขัดแย้งหลัก

ข้อตกลงดังกล่าวจะเป็นเอกสารเพียงหน้าเดียว และมีแนวโน้มจะใช้ชื่อว่า "ปฏิญญาอิสลามาบัด"

รายงานระบุว่า นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ได้รับการแต่งตั้งอีกครั้งให้เป็นหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายอิหร่าน

ขณะเดียวกัน สำนักข่าว IRNA ของทางการอิหร่าน อ้างแหล่งข่าวทางการทูตในกรุงอิสลามาบัดว่า จอมพลเซย์เยด อาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการทหารบกปากีสถาน กำลังเดินทางไปยังกรุงเตหะรานเพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่อิหร่าน

นอกจากนี้ มีรายงานว่า คณะผู้แทนเจรจาของกาตาร์ได้เดินทางไปยังอิหร่านในวันนี้เช่นกัน เพื่อพยายามผลักดันข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ทำพิธีสาบานตนให้แก่นายเควิน วอร์ช เพื่อดำรงตำแหน่งประธานเฟดอย่างเป็นทางการที่ทำเนียบขาวในวันนี้ (22 พ.ค.) เวลา 11.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 22.00 น.ตามเวลาไทย

หลังการทำพิธีดังกล่าว นายวอร์ชจะเริ่มต้นทำหน้าที่ประธานเฟด โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี และจะเป็นสมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 14 ปี

ปธน.ทรัมป์เป็นผู้ที่เสนอชื่อนายวอร์ชให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟด โดยเขาคาดหวังว่า เฟดในยุคหลังนายพาวเวลจะกลับมาลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง เหมือนที่เคยทำมาแล้ว 3 ครั้งในปี 2568

อย่างไรก็ดี ตลาดคาดว่า ระดับเงินเฟ้อที่ยังคงพุ่งสูง และตลาดแรงงานที่มีเสถียรภาพ จะทำให้เฟดยังไม่เร่งผ่อนคลายนโยบายการเงิน จนกว่าจะมีหลักฐานชัดเจนว่า เงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมาย 2% ของเฟด

FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนไม่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และให้น้ำหนักมากกว่า 50% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนธ.ค.

ก่อนหน้านี้ นายวอร์ชเคยเป็นที่รู้จักในฐานะ "สายเหยี่ยว" หรือผู้สนับสนุนนโยบายการเงินที่เข้มงวด แต่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เขาเริ่มมีท่าทีสอดคล้องกับมุมมองของปธน.ทรัมป์ โดยสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และกล่าวกับ Fox News ว่า ปธน.ทรัมป์มีเหตุผลที่น่ารับฟัง กรณีแสดงความไม่พอใจต่อการดำเนินนโยบายของนายพาวเวล

ในบทความที่เขาเขียนใน Wall Street Journal เมื่อฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา นายวอร์ชได้วิพากษ์วิจารณ์เฟด โดยระบุว่า 'ผลงานของเฟดภายใต้ประธานเจอโรม พาวเวล เต็มไปด้วยการตัดสินใจที่ไม่รอบคอบ' พร้อมเรียกร้องให้เฟดทำการปฏิรูปองค์กร และลดขนาดงบดุล

นักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า นายวอร์ชอาจต้องเผชิญช่วงเริ่มต้นการดำรงตำแหน่งประธานเฟดที่ยากลำบาก โดยมีการจับตากันว่าเขาจะสามารถกำหนดนโยบายการเงินที่แตกต่างจากความต้องการของปธน.ทรัมป์ได้หรือไม่ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพ.ย.

อย่างไรก็ดี ปธน.ทรัมป์ส่งสัญญาณว่า เขาจะปล่อยให้นายวอร์ชมีอิสระในการดำเนินนโยบายการเงิน หลังจากที่ก่อนหน้านี้เขาได้กดดันเฟดอย่างหนักภายใต้การบริหารของนายเจอโรม พาวเวล เพื่อให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ