ตลาดหุ้นยุโรปปิดที่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 เดือนในวันศุกร์ (22 พ.ค.) โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่บรรยากาศการลงทุนดีขึ้นจากความคาดหวังว่า ข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจใกล้บรรลุผล
ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 625.12 จุด เพิ่มขึ้น 4.56 จุด หรือ +0.73% โดยปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดในรอบ 7 สัปดาห์
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,115.75 จุด เพิ่มขึ้น 29.75 จุด หรือ +0.37%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,888.56 จุด เพิ่มขึ้น 281.79 จุด หรือ +1.15% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,466.26 จุด เพิ่มขึ้น 22.79 จุด หรือ +0.22%l
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า มีความคืบหน้าบางส่วนในการบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน แต่ยังต้องเจรจาเพิ่มเติม โดยถือเป็นพัฒนาการล่าสุดของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ดำเนินมาตั้งแต่สหรัฐฯ ระงับการโจมตีในช่วงหยุดยิงชั่วคราวตั้งแต่ต้นเดือนเม.ย.
ประเด็นขัดแย้งหลักระหว่างเตหะรานและวอชิงตันเกี่ยวข้องกับปริมาณยูเรเนียมของอิหร่าน และการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ โดยสะท้อนความไม่แน่นอนในภาพรวม ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น 1% มาอยู่ที่ 103 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
นักวิเคราะห์คาดว่าหากมีข้อตกลงที่รวมการเปิดเส้นทางน้ำยุทธศาสตร์ดังกล่าว จะช่วยหนุนตลาดหุ้นยุโรปที่ยังปรับตัวตามหลังภูมิภาคอื่น เนื่องจากยุโรปพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันที่มีต้นทุนสูงขึ้นนับตั้งแต่เกิดสงคราม
UBS Global Wealth Management ระบุว่า เรามีมุมมองเป็นกลางต่อหุ้นยุโรปและยูโรโซน เนื่องจากความอ่อนไหวต่อราคาพลังงานที่สูงขึ้น ขณะที่มองตลาดสวิตเซอร์แลนด์และหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ของยุโรปในเชิงบวกมากกว่า
ความคาดหวังด้าน AI ที่ผลักดันดัชนีโลกทำจุดสูงสุดใหม่ ยังช่วยหนุนดัชนีหุ้นเทคโนโลยียุโรปพุ่งเกือบ 3.2% โดยอินวิเดีย (Nvidia) ระบุแนวโน้มคาดการณ์ที่แข็งแกร่งเมื่อต้นสัปดาห์ สะท้อนความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่ยังแข็งแรง
ในกลุ่มหุ้นชิปของยุโรปนั้น หุ้น Infineon พุ่งขึ้นเกือบ 8%, หุ้น STMicroelectronics พุ่งขึ้น 5.2% และ หุ้น ASML พุ่งขึ้น 4.7%
ปัจจัยหนุนเพิ่มเติมมาจากถ้อยแถลงของ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสที่ระบุว่ารัฐบาลจะลงทุนเพิ่มอีก 1,000 ล้านยูโร หรือ 1.16 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในยุทธศาสตร์ควอนตัม และอีก 550 ล้านยูโรเพื่อสนับสนุนภาคไมโครอิเล็กทรอนิกส์
ในกลุ่มหุ้นที่ปรับตัวลงนั้น หุ้น Puig ร่วง 13.4% หลังบริษัทน้ำหอมของสเปนยุติการเจรจาควบรวมกิจการกับ Estée Lauder ขณะที่หุ้น Julius Baer ธนาคารสวิส ร่วงลง 6.9% หลังเงินไหลเข้าสุทธิออกมาต่ำกว่าคาด
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเยอรมนีฟื้นตัวก่อนเข้าสู่เดือน มิ.ย. ขณะที่ข้อมูลอีกชุดยืนยันว่าเศรษฐกิจขยายตัว 0.3% ในไตรมาสแรกของปี 2569 โดยดัชนี DAX ของเยอรมนีเป็นผู้นำการปรับขึ้นในภูมิภาคที่ 1.1%
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังสะท้อนแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น โดยวัลดิส ดอมบรอฟสกิส กรรมาธิการเศรษฐกิจยุโรป ระบุว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจต้องตอบสนองต่อเงินเฟ้อที่ปรับสูงขึ้น
ตลาดการเงินประเมินความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยของ ECB อย่างน้อย 2 ครั้งก่อนสิ้นปี
ในกลุ่มบริษัทอื่น ๆ นั้น หุ้นริชมอนต์ (Richemont) เจ้าของแบรนด์คาร์เทียร์ รายงานรายได้ไตรมาส 4 ดีกว่าคาด แต่ราคาหุ้นแกว่งตัวและปิดลบเล็กน้อย