ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันพุธ (27 พ.ค.) จากความหวังว่าความขัดแย้งระหว่างอิหร่านจะคลี่คลาย ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงและช่วยหนุนความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ผลประกอบการเชิงบวกของ Pets at Home และ Hollywood Bowl ช่วยหนุนดัชนีหุ้นขนาดกลาง
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,505.01 จุด เพิ่มขึ้น 13.62 จุด หรือ +0.13% ซึ่งเป็นการปิดเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 8 ติดต่อกัน
หุ้นกลุ่มกลาโหมของอังกฤษปรับตัวขึ้นก่อนการลงนามสนธิสัญญาด้านกลาโหมและความมั่นคงฉบับใหม่ระหว่างอังกฤษและโปแลนด์ในวันพุธ (27 พ.ค.) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ในการกระชับความสัมพันธ์กับยุโรป
หุ้น Rolls-Royce พุ่งขึ้น 2.9% ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มกลาโหมเพิ่มขึ้น 1.2%
การคาดการณ์ที่ลดลงเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของอังกฤษยังช่วยหนุนการฟื้นตัวของตลาดหุ้นภายในประเทศ โดยปัจจุบัน FTSE 100 อยู่ต่ำกว่าระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงปลายเดือนก.พ. เพียง 4%
นักลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ก่อนสิ้นปีนี้ และมีโอกาส 50% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในขนาดเดียวกัน
ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคอังกฤษระบุว่า เงินเฟ้อด้านสินค้าอุปโภคบริโภคในช่วง 4 สัปดาห์ถึงวันที่ 17 พ.ค. ชะลอลงสู่ระดับ 3.1% ซึ่งเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2567 โดยผลกระทบเต็มรูปแบบจากความขัดแย้งอิหร่านยังไม่ส่งผ่านมายังราคาสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต
นักเศรษฐศาสตร์ของ Oxford Economics กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองของอังกฤษมีแนวโน้มทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวอยู่ในระดับสูง เนื่องจากผู้มีโอกาสเป็นผู้นำพรรคแรงงานทุกคนอาจเสนอการเปลี่ยนแปลงลำดับความสำคัญด้านนโยบายเศรษฐกิจ
หุ้น Shell และหุ้น BP ปรับตัวลงราว 2.3% และ 2.7% ตามลำดับ ตามทิศทางราคาน้ำมันที่ลดลง ขณะที่นักลงทุนประเมินความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
หุ้น Hollywood Bowl พุ่งเกือบ 15.4% หลังผู้ให้บริการโบว์ลิ่งรายงานการใช้จ่ายต่อเกมที่เพิ่มขึ้นทั้งในอังกฤษและแคนาดา พร้อมประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงิน 5 ล้านปอนด์
ด้านหุ้น Pets at Home เพิ่มขึ้น 6.5% หลังรายงานว่ายอดขายธุรกิจค้าปลีกกลับมาขยายตัวในไตรมาส 4 และเร่งตัวขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่นั้นมา
ขณะที่หุ้น Amazon ระบุว่า บริษัทลงทุนในอังกฤษมากกว่า 1.5 หมื่นล้านปอนด์ในปี 2568 ซึ่งเป็นไปตามแผนลงทุนรวม 4 หมื่นล้านปอนด์ภายในปี 2570 โดยมีการขยายศูนย์ปฏิบัติการ สตูดิโอ และโครงการทดลองส่งสินค้าด้วยโดรนในตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของบริษัททั่วโลก