ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์ในวันนี้ (28 พ.ค.) หลังมีรายงานว่ายอดการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนออสเตรเลียปรับตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือนในเดือนเม.ย. ซึ่งตอกย้ำถึงผลกระทบของการที่ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยติดต่อกัน 3 ครั้งในปีนี้
ดัชนี S&P/ASX 200 ปิดที่ 8,592.90 จุด ลดลง 124.80 จุด หรือ -1.43% และดัชนี All Ordinaries ปิดที่ 8,819.60 จุด ลดลง 125.60 จุด หรือ -1.40%
ราคาหุ้นปรับตัวลงเป็นวงกว้าง นำโดยกลุ่มเหมืองแร่ สินค้าผู้บริโภค การเงิน และเฮลท์แคร์ โดยหุ้นธนาคารรายใหญ่ 4 แห่งปรับตัวลงระหว่าง 1.4%-2.2% ส่วนหุ้นที่ปรับตัวลงอย่างมากในวันนี้รวมถึงหุ้น BHP Group ลดลง 1.3%, หุ้น Northern Star Resources ดิ่งลง 7.4% และหุ้น Evolution Mining ร่วงลง 7.3%
สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลีย (ABS) รายงานในวันนี้ว่า การใช้จ่ายของภาคครัวเรือนออสเตรเลียลดลง 1.1% ในเดือนเม.ย. สู่ระดับ 7.942 หมื่นล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (5.659 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งย่ำแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยับลงเพียง 0.4% เนื่องจากผู้บริโภคลดการใช้จ่ายด้านการเดินทางทางอากาศ และลดการกักตุนอาหาร
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคออสเตรเลียเริ่มอ่อนแอลง หลังจากที่พุ่งขึ้น 1.6% ในเดือนมี.ค. โดย ABS ระบุว่า การที่ผู้บริโภคลดการใช้จ่ายด้านการเดินทางทางอากาศ เป็นสาเหตุใหญ่ที่สุดที่ทำให้ยอดการใช้จ่ายโดยรวมปรับตัวลง ขณะที่สายการบินต่าง ๆ ของออสเตรเลียได้พากันยกเลิกเที่ยวบินในเดือนเม.ย. อันเนื่องมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง