ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงกว่า 200 จุด หลังดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดวานนี้แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่นักลงทุนจับตาความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
ณ เวลา 18.29 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลบ 232 จุด หรือ 0.45% สู่ระดับ 50,902 จุด
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดตลาดวานนี้บวก 0.09%, ดัชนี S&P 500 บวก 0.26% และดัชนี Nasdaq บวก 0.42% โดยดัชนีทั้ง 3 ต่างทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้น Nvidia ท่ามกลางกระแสความเชื่อมั่นต่อการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งได้ทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงกว่า 200 จุดในระหว่างการซื้อขายวานนี้ โดยถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน หลังอิหร่านประกาศยุติการเจรจากับสหรัฐ และทำการปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อตอบโต้ต่อการที่อิสราเอลทำการโจมตีเลบานอน
สำนักข่าว Tasnim ซึ่งเป็นสื่อกึ่งทางการของอิหร่าน รายงานว่า อิหร่านได้ระงับการแลกเปลี่ยนข้อความกับสหรัฐผ่านช่องทางคนกลางไกล่เกลี่ย เพื่อประท้วงการโจมตีของอิสราเอลในเลบานอน
'จะไม่มีการเจรจาใด ๆ จนกว่าข้อเรียกร้องของอิหร่านเกี่ยวกับการยุติปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลโดยทันทีในฉนวนกาซาและเลบานอน จะได้รับการตอบสนอง'
นอกจากนี้ Tasnim ยังรายงานว่า อิหร่านและพันธมิตรได้ตกลงที่จะดำเนินมาตรการตอบโต้ ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ และเปิดแนวรบอื่น ๆ เพิ่มเติม รวมทั้งบริเวณช่องแคบบับ เอล-มันเดบ
อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับนายอีมอน เจเวอร์ส ผู้สื่อข่าวของ CNBC ว่า เขาไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย หากการเจรจาสันติภาพกับอิหร่านจะสิ้นสุดลง
ต่อมา ในการโพสต์ข้อความบน Truth Social ปธน.ทรัมป์ระบุว่า เขาได้สนทนาทางโทรศัพท์อย่างมีประสิทธิผลกับนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล และระบุเพิ่มเติมว่า การเจรจากับอิหร่านยังคงดำเนินไปอย่างรวดเร็วในขณะนี้