ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดร่วงลงเกือบ 100 จุดในวันนี้ (4 มิ.ย.) จากแรงขายทำกำไรหลังจากที่ดัชนีปรับตัวขึ้นวานนี้ ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังจากอิหร่านโจมตีสนามบินของคูเวต และกองกำลังสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ
ดัชนี S&P/ASX 200 ปิดที่ 8,686.10 จุด ลดลง 99.60 จุด หรือ -1.13% และดัชนี All Ordinaries ปิดที่ 8,916.90 จุด ลดลง 100.30 จุด หรือ -1.11%
นอกจากนี้ ภาวะการซื้อขายยังถูกกดดันจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศ หลังธนาคารกลางออสเตรเลียส่งสัญญาณเฝ้าระวัง เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 4.2% ในเดือนเม.ย. สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ในช่วง 2-3% ขณะที่การเติบโตของ GDP ในไตรมาสแรกชะลอตัวลงอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการค้าเดือนเม.ย. ที่แสดงให้เห็นว่าออสเตรเลียกลับมาเกินดุลอีกครั้ง ได้ช่วยลดช่วงลบของดัชนี
สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลีย (ABS) รายงานในวันนี้ว่า ออสเตรเลียมียอดเกินดุลการค้าอยู่ที่ 1.8 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (1.28 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเดือนเม.ย. สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ เนื่องจากยอดส่งออกทรัพยากรฟื้นตัวขึ้น ซึ่งช่วยชดเชยยอดนำเข้าเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น
รายงานระบุว่า ยอดส่งออกของออสเตรเลียพุ่งขึ้น 7.2% ในเดือนเม.ย. โดยได้ปัจจัยหนุนจากการส่งออกแร่เหล็กและถ่านหินที่ฟื้นตัวขึ้น หลังจากเผชิญกับปัญหาการชะงักงันอันเนื่องมาจากสภาพอากาศ
ส่วนยอดนำเข้าของออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนเม.ย. โดยมีปัจจัยหลักมาจากการนำเข้าเชื้อเพลิงที่พุ่งขึ้น 41% เนื่องจากรัฐบาลออสเตรเลียได้จัดหาและนำเข้าน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลเพื่อรองรับภาวะขาดแคลนที่เกิดจากสงครามอ่าวเปอร์เซีย
ในส่วนของหุ้นรายตัวนั้น หุ้นบริษัทเหมืองแร่ BHP และ Rio Tinto ลดลง 3.2% และ 3.7% ตามลำดับ ซึ่งเป็นระดับอ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนพ.ค. หลังจากทำสถิติสูงสุดในวันก่อนหน้า
ด้านหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลงตามดัชนี Nasdaq โดยหุ้น WiseTech ลดลง 5% และ Xero ลดลง 3% อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นสวนทางตลาด เนื่องจากได้ปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยหุ้น Woodside Energy บวก 0.3% และ Santos บวก 0.8%