ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี (4 มิ.ย.) โดยแรงซื้อในหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีสารสนเทศช่วยชดเชยแรงขายในหุ้นกลุ่มการเงินที่มีธุรกิจเชื่อมโยงกับเอเชีย หลังมีรายงานว่าจีนกำลังเพิ่มความเข้มงวดต่อกฎการเปิดบัญชีนอกประเทศ
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,360.32 จุด เพิ่มขึ้น 28.02 จุด หรือ +0.27%
หุ้นธนาคาร HSBC และ Standard Chartered ซึ่งมีธุรกิจเชื่อมโยงกับจีน ปรับตัวลง 1.8% และ 2.8% ตามลำดับ หลังหนังสือพิมพ์ South China Morning Post รายงานว่าสาขาเซี่ยงไฮ้ของ Bank of East Asia ได้ระงับการเปิดบัญชีในฮ่องกงที่ช่วยให้นักลงทุนในจีนแผ่นดินใหญ่สามารถนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้
ด้านหุ้น Prudential บริษัทประกันที่มุ่งเน้นธุรกิจในเอเชีย ร่วงลง 7.6% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรายวันรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 3 ปี
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีช่วยพยุงตลาดโดยรวม โดยหุ้น RELX และ London Stock Exchange Group ปรับตัวขึ้น 6% และ 5.3% ตามลำดับ
บรรยากาศการลงทุนยังได้รับแรงหนุน หลังอิสราเอลและเลบานอนตกลงเริ่มใช้ข้อตกลงหยุดยิงฉบับใหม่ ภายหลังการเจรจาโดยมีสหรัฐฯ เป็นคนกลาง ซึ่งช่วยเพิ่มความหวังต่อความคืบหน้าในการยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านในวงกว้าง และส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงมากกว่า 3%
หุ้นบริษัทพลังงานรายใหญ่ ได้แก่ Shell และ BP ต่างปรับตัวลงมากกว่า 1%
ขณะเดียวกัน ข้อมูลเศรษฐกิจแสดงให้เห็นว่า กิจกรรมภาคก่อสร้างของอังกฤษหดตัวลงในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 6 ปีในเดือนพ.ค. เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เกี่ยวข้องกับสงครามอิหร่าน ส่งผลกระทบต่อการรับงานใหม่
หุ้น CMC Markets พุ่งขึ้น 16.8% หลังแพลตฟอร์มการซื้อขายดังกล่าวคาดการณ์กำไรประจำปีสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้
ในทางกลับกัน หุ้น S4 Capital ร่วงลง 4.2% หลัง มาร์ติน ซอร์เรลล์ ประธานบริษัทระบุว่า ความคืบหน้าในการเพิ่มรายได้และการปรับปรุงอัตรากำไรของบริษัท ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ