ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันศุกร์ (5 มิ.ย.) สวนทางกับบรรยากาศการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในตลาดการเงินโลก เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวล หลังข้อมูลบ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากสงครามในตะวันออกกลางอาจรุนแรงน้อยกว่าที่เคยคาดไว้
ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,368.05 จุด เพิ่มขึ้น 7.73 จุด หรือ +0.07%
ผลสำรวจของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) พบว่า ภาคธุรกิจของอังกฤษคาดว่าจะปรับขึ้นราคาสินค้าและบริการในช่วง 1 ปีข้างหน้าช้าลงเมื่อเทียบกับเดือนเม.ย. เนื่องจากผลกระทบเบื้องต้นจากการพุ่งขึ้นของราคาพลังงานอันเป็นผลจากสงครามอิหร่านเริ่มคลี่คลายลง
การสำรวจบริษัทอังกฤษกว่า 2,000 แห่งพบว่า 57% ของบริษัทคาดว่าจะปรับขึ้นราคาเพื่อตอบสนองต่อผลกระทบจากราคาพลังงาน ซึ่งลดลง 7 จุดเปอร์เซ็นต์จากเดือนเม.ย.
นักเศรษฐศาสตร์ของ Capital Economics ระบุว่า ข้อมูลล่าสุดสนับสนุนมุมมองที่ว่า ความอ่อนแอของตลาดแรงงานจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดแรงกดดันเงินเฟ้อรอบสองตามที่ BoE กังวล และหากเป็นเช่นนั้น BoE อาจเป็นหนึ่งในไม่กี่ธนาคารกลางที่ไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
นักวิเคราะห์ยังมองว่า การยุติความขัดแย้งอย่างรวดเร็วและการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก จะเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันไม่ให้ผลกระทบทางเศรษฐกิจลุกลามมากขึ้น
ขณะที่อิหร่านยังยืนยันว่า การหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับการบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับสหรัฐฯ เพื่อยุติสงครามที่ดำเนินเข้าสู่เดือนที่ 4 แล้ว
ด้านข้อมูลจาก Halifax ผู้ให้บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัยรายใหญ่ของอังกฤษ ระบุว่า ราคาบ้านในอังกฤษลดลง 0.1% ในเดือนพ.ค. สวนทางกับที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนสัญญาณการชะลอตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ท่ามกลางต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอนจากสงครามอิหร่านที่กดดันอุปสงค์
ขณะนี้นักลงทุนคาดว่า BoE จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% ในการประชุมเดือนนี้ แต่ยังมองว่ามีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1-2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ก่อนสิ้นปีนี้
นักลงทุนยังติดตามสถานการณ์การเมืองอังกฤษอย่างใกล้ชิด หลังแอนดี เบิร์นแฮม นายกเทศมนตรีเมืองแมนเชสเตอร์จากพรรคแรงงาน ส่งสัญญาณในสัปดาห์นี้ว่า หากชนะการเลือกตั้งท้องถิ่นปลายเดือนนี้ เขาจะลงชิงตำแหน่งผู้นำพรรค หากมีการแข่งขันกับนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์
ในด้านกลุ่มอุตสาหกรรม หุ้นกลุ่มเวชภัณฑ์ปรับตัวขึ้น 2.1% และหุ้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 2% ขณะที่หุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะมีค่าร่วงลง 6%
สำหรับหุ้นรายตัว หุ้น Evoke พุ่งขึ้น 15% หลังบริษัทรับพนันของอังกฤษตกลงถูกเข้าซื้อกิจการโดย Bally's Intralot บริษัทลอตเตอรี่และเกมจากกรีซ ในรูปแบบการแลกหุ้นทั้งหมด โดยประเมินมูลค่ากิจการไว้ที่ประมาณ 243 ล้านปอนด์ (ราว 326 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ขณะที่หุ้น Raspberry Pi ปรับตัวขึ้น 27% และเป็นหุ้นที่ปรับขึ้นมากที่สุดในดัชนี FTSE 250 หลังบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์บอร์ดเดี่ยวปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรทั้งปี ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์