ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบในวันนี้ (8 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางจะทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากมีรายงานว่าอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอล ซึ่งส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบางตกอยู่ในภาวะอันตรายและมีความไม่แน่นอนมากขึ้น
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 4,044.83 จุด ลดลง 12.95 จุด หรือ -0.32% และหลังจากตลาดเปิดทำการได้เพียง 15 นาที ดัชนีนิกเกอิร่วงลง 2,440.42 จุด หรือ 3.66% มาอยู่ที่ระดับ 64,147.70 จุด ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 24,582.91 จุด ลดลง 379.04 จุด หรือ -1.52% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,938.71 จุด ลดลง 89.03 จุด หรือ -2.21%
ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 8.4% ส่วนตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดทำการวันนี้ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพกษัตริย์ชาร์ลส์
กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ออกแถลงการณ์ว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธรวม 10 ลูกเข้าใส่อิสราเอลเมื่อช่วงค่ำวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (7 มิ.ย.) ขณะที่ พลเอก เอยัล ซาเมียร์ เสนาธิการกองทัพอิสราเอล กล่าวว่า ทางกองทัพจะโจมตีตอบโต้ศัตรูทันทีที่ได้รับคำสั่ง
ด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) แถลงยืนยันว่า IRGC ได้มุ่งเป้าโจมตีฐานทัพอากาศรามัตเดวิดของอิสราเอลด้วยขีปนาวุธทิ้งตัว เพื่อตอบโต้อิสราเอลที่ก่ออาชญากรรมเป็นวงกว้างในเลบานอน
ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นเช้านี้ เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนก.ค. พุ่งขึ้น 2.42% แตะระดับ 92.73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนส.ค. พุ่งขึ้น 2.44% สู่ระดับ 95.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล