ดาวโจนส์พุ่งกว่า 100 จุด ขานรับอิสราเอล-อิหร่านประกาศยุติการโจมตี

ข่าวต่างประเทศ Monday June 8, 2026 20:50 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 100 จุดในวันนี้ หลังอิสราเอลและอิหร่านประกาศยุติการโจมตีแต่ละฝ่าย ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ณ เวลา 20.37 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์บวก 170.35 จุด หรือ 0.33% สู่ระดับ 51,037.13 จุด

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดช่วงบวกในวันนี้ หลังอิสราเอลและอิหร่านประกาศยุติการโจมตีแต่ละฝ่าย ตามคำเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ

สื่อรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่อาวุโสของอิสราเอลว่า อิสราเอลได้ยุติการโจมตีอิหร่านตามคำขอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ระบุว่า อิสราเอลเตือนว่าจะโจมตีทางตอนใต้ของกรุงเบรุต หากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังคงโจมตีเมืองต่าง ๆ ของอิสราเอล

ด้านสำนักข่าว CNBC รายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านแถลงในวันนี้ว่า กองทัพอิหร่านได้ยุติการโจมตีอิสราเอลแล้ว

อย่างไรก็ตาม ทางการอิหร่านเตือนว่าจะกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง หากอิสราเอลยังคงทำการโจมตีเลบานอนต่อไป

แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้น หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เรียกร้องให้อิสราเอลและอิหร่านยุติการยิงตอบโต้กันโดยทันที

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันนี้ ระบุว่า 'อิสราเอลและอิหร่านจะต้องยุติการยิงตอบโต้กันโดยทันที'

หลังจากนั้น ปธน.ทรัมป์โพสต์อีกหนึ่งข้อความ ระบุว่า 'ทั้งอิสราเอลและอิหร่านต่างก็ต้องการที่จะหยุดยิงโดยทันที'

'การเจรจาขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับสันติภาพกำลังดำเนินไป โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องไม่ถูกขัดขวางด้วยความไม่รู้หรือความโง่เขลา'

'มาตรการปิดล้อมจะยังคงมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบและเข้มงวดต่อไป จนกว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย'

'ทุกอย่างน่าจะดำเนินไปอย่างรวดเร็ว'

'ขอขอบคุณที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้!' ปธน.ทรัมป์ระบุ

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันพุธ รวมทั้งการเปิดตัวซื้อขายหุ้นของบริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ของนายอีลอน มัสก์ ในวันศุกร์

ทั้งนี้ การเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ของ SpaceX คาดว่าจะเป็นหนึ่งในการทำ IPO ที่มีมูลค่าสูงสุดในประวัติศาสตร์ของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท และอาจเป็นบททดสอบครั้งสำคัญที่สุดของตลาดต่อกระแสการประเมินมูลค่าบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI)

กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนพ.ค.ในวันพุธ

ทั้งนี้ ผลการสำรวจนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 4.2% ในเดือนพ.ค. จากระดับ 3.8% ในเดือนเม.ย.

เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนพ.ค. จากระดับ 0.6% ในเดือนเม.ย.

ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าปรับตัวขึ้น 2.9% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.8% ในเดือนเม.ย.

เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือนพ.ค. จากระดับ 0.4% ในเดือนเม.ย.

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เริ่มเข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน (Blackout Period) ก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในวันที่ 16-17 มิ.ย.

ทั้งนี้ นายเควิน วอร์ช จะทำหน้าที่ประธานการประชุม FOMC เป็นครั้งแรกในการประชุมครั้งนี้ และจะมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังเสร็จสิ้นการประชุม โดยนายวอร์ชจะชี้แจงเหตุผลของเฟดในการตัดสินใจกำหนดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ พร้อมทั้งส่งสัญญาณถึงทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในปีนี้

กฎระเบียบของเฟดได้ระบุห้ามเจ้าหน้าที่เฟดแสดงความเห็นหรือให้สัมภาษณ์ในช่วง Blackout Period เกี่ยวกับนโยบายการเงิน โดยเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่สองก่อนที่การประชุม FOMC จะเริ่มขึ้น และสิ้นสุดในวันพฤหัสบดีหลังการประชุม FOMC เพื่อป้องกันไม่ให้สาธารณชนตีความว่าเป็นการบ่งชี้การดำเนินการด้านอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมนโยบายการเงินที่จะมาถึง

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 98.2% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 16-17 มิ.ย.

นอกจากนี้ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนไม่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และให้น้ำหนักเกือบ 70% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนธ.ค.


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ