ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดร่วงลงกว่า 4% ในวันนี้ (10 มิ.ย.) โดยได้รับแรงกดดันหลังสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลงจากความกังวลว่ามูลค่าหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) พุ่งสูงเกินจริง
ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปิดที่ระดับ 7,730.82 จุด ลดลง 366.11 จุด หรือ -4.52%
ในช่วงหนึ่ง ดัชนี KOSPI ดิ่งลงต่ำสุดแตะระดับ 7,541.11 จุด ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ประกาศหยุดรับคำสั่งขายชั่วคราว (sell-side sidecar) ณ เวลา 13.16 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยระงับการซื้อขายเป็นเวลา 5 นาที
ดัชนี KOSPI ได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังจากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่าน เพื่อตอบโต้เหตุการณ์ที่เฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ของกองทัพสหรัฐฯ ถูกยิงตกใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากนั้นอิหร่านได้โจมตีตอบโต้เช่นกัน
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ยังได้รับแรงกดดันหลังจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดวอลล์สตรีทกลับมาเผชิญแรงเทขายอีกครั้ง โดยในวันอังคาร (9 มิ.ย.) ดัชนี Nasdaq ที่มีหุ้นเทคโนโลยีเป็นสัดส่วนหลัก ปิดตลาดลดลง 0.97% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดตลาดลดลง 0.26%
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีรายใหญ่ร่วงลงนำตลาด โดยหุ้น Broadcom ลดลง 1.12%, Apple ร่วงลง 3.64%, Micron ปรับตัวลง 1.4% และ Nvidia ลบ 0.2%
ส่วนในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ หุ้นบริษัทเทคโนโลยี Samsung Electronics ร่วงลง 6.06%, SK hynix ดิ่งลง 7.54%, SK Square ร่วงลง 6.78% และ Samsung Electro-Mechanics ดิ่งลง 8.38%
หุ้นกลุ่มการเงินก็ปรับตัวลงเช่นกัน โดยหุ้น Samsung Life Insurance ร่วงลง 6.36% และ Samsung C&T ลดลง 5.01% ด้านหุ้นกลุ่มยานยนต์ก็อ่อนแรง โดยหุ้น Hyundai Motor ปรับตัวลง 5.79%, Kia ลบ 2.8% และ Hyundai Mobis ลดลง 4.2%
Naver หุ้นยักษ์ใหญ่ด้านอินเทอร์เน็ต ดิ่งลง 11.67% หลังจากพุ่งขึ้นก่อนหน้านี้จากข่าวจับมือเป็นพันธมิตรกับ Nvidia ขณะที่หุ้นบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำ LG Electronics ดิ่งลง 9.68%