ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดบวกในวันนี้ (11 มิ.ย.) ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลางในสัปดาห์นี้ โดยในระหว่างวันดัชนีร่วงลงไปกว่า 2% ในช่วงสั้น ๆ ก่อนที่จะฟื้นตัวกลับมาอยู่ในแดนบวกได้ โดยได้แรงหนุนจากการเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดที่ระดับ 64,217.27 จุด เพิ่มขึ้น 38.00 จุด หรือ +0.06%
สำหรับหุ้นที่ปรับตัวขึ้นนำตลาด ได้แก่ หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ และกลุ่มอาหาร ขณะที่หุ้นกลุ่มอุปกรณ์การขนส่ง และกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ ปรับตัวลง
ทิศทางตลาดหุ้นในช่วงแรกปรับตัวลงตามแรงฉุดจากตลาดหุ้นวอลล์สตรีทที่ปิดลบเมื่อวานนี้ หลังจากกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยว่าได้เปิดฉากโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในอิหร่าน ขณะที่ทางฝั่งอิหร่านได้ประกาศตอบโต้ด้วยการสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสิ้นเชิง ส่งผลให้เรือขนส่งสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมันทั้งหมดไม่สามารถสัญจรผ่านได้
แม้ว่าดัชนีนิกเกอิจะดิ่งลงอย่างรุนแรงในช่วงเปิดตลาด แต่ในเวลาต่อมาสามารถฟื้นตัวกลับมาบวกได้ เนื่องจากนักลงทุนหันมาให้ความสนใจกับปัจจัยบวกของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่บางตัวหลังจากที่แรงเทขายเริ่มซาลง ขณะเดียวกันยังมีแรงช้อนซื้อเก็งกำไรเข้ามาช่วยพยุงตลาดไว้ด้วย
โชตะ ซันโดะ นักวิเคราะห์ตลาดหุ้นจากสถาบันวิจัยโตไก โตเกียว กล่าวว่า "เนื่องจาก (นักลงทุน) ได้ทยอยปรับโพสิชันมาตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์หลังจากการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ การร่วงลงของตลาดในวันนี้จึงอยู่ในวงจำกัด แม้ความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะปะทุขึ้นมาอีกครั้งก็ตาม"
อย่างไรก็ดี โบรกเกอร์ระบุว่า การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบและความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยท่ามกลางวิกฤตในตะวันออกกลาง ยังคงเป็นปัจจัยกดดันบรรยากาศการลงทุน ส่งผลให้มีหุ้นปรับตัวลงเป็นวงกว้าง