ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดตลาดวันนี้ (15 มิ.ย.) ทะลุระดับ 69,000 จุดเป็นครั้งแรก ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากพุ่งขึ้นกว่า 5% ในระหว่างวัน โดยบรรยากาศการลงทุนคึกคักรับข่าวดี หลังจากทั้งสหรัฐอเมริกาและอิหร่านออกมายืนยันการบรรลุบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยุติสงคราม
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดที่ระดับ 69,317.50 จุด พุ่งขึ้น 3,297.46 จุด หรือ +4.99% หลังจากทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดถึง 69,682.23 จุดในระหว่างการซื้อขาย
หุ้นที่ปรับตัวขึ้นนำตลาด ได้แก่ หุ้นกลุ่มขนส่งทางอากาศ กลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ และกลุ่มก่อสร้าง
หุ้นปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งตั้งแต่เริ่มเปิดตลาด หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โพสต์ข้อความลงโซเชียลมีเดียก่อนตลาดเปิดว่า ข้อตกลงเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตตะวันออกกลางเสร็จสมบูรณ์แล้ว ซึ่งทางฝั่งอิหร่านก็ออกมายอมรับเรื่องนี้ในเวลาต่อมา
ความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังได้แรงหนุนจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า ราคาน้ำมันดิบที่เคยพุ่งสูงและเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นโตเกียว จะเริ่มปรับตัวลดลงหลังจากการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยล่าสุด สัญญาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ร่วงลงมาอยู่ที่ราว 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแล้ว
นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยังทำผลงานได้ดี โดยได้ปัจจัยหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเดียวกันในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่บริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) เปิดตัวเข้าซื้อขายในตลาดหุ้น Nasdaq อย่างแข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม ช่วงบวกได้ลดลงในช่วงบ่าย เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนเทขายทำกำไรและชะลอการลงทุน เพื่อรอดูผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันอังคารนี้ (16 มิ.ย.) รวมถึงการแถลงข่าวของ ชินอิจิ อูจิดะ รองผู้ว่าการ BOJ
โทชิคาซุ โฮริอูจิ นักกลยุทธ์ตลาดทุนจากบริษัทหลักทรัพย์ อิวาอิ คอสโม กล่าวว่า "ไม่มีใครคาดคิดว่าตลาดจะพุ่งขึ้นแรงขนาดนี้" พร้อมเสริมว่า "บรรยากาศการรอดูสถานการณ์ได้เข้าครอบงำตลาดในช่วงบ่าย"
ขณะที่ วาตารุ อากิยามะ นักกลยุทธ์ฝ่ายเนื้อหาการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์โนมูระ ให้ความเห็นว่า "เพราะสถานการณ์ที่ผ่านมามันพลิกไปพลิกมาตลอด เราจึงยังคงต้องจับตาดูสถานการณ์ในตะวันออกกลางกันต่อไป จนกว่าจะมีการลงนามในข้อตกลงกันในวันที่ 19 มิ.ย. นี้"