หลังตลาดหุ้นนิวยอร์กเปิดทำการซื้อขายเพียงไม่กี่นาที ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (DJIA) ร่วงลง 225 จุด หรือ 1.3% มาอยู่ที่ 16,676 จุด ขณะที่ S&P 500 ลบ 24 จุด หรือ 1.2% แตะที่ 1,970 จุด ส่วนดัชนี Nasdaq ลดลง 102 จุด หรือ 2.1% แตะที่ 4,734 จุด
ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นทั่วโลกที่ร่วงลงถ้วนหน้าในวันนี้ เพราะได้รับแรงกดดันจากตลาดหุ้นจีน โดยวันนี้ ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และตลาดหุ้นเสิ่นเจิ้นประกาศระงับการซื้อขายทั้งวัน หลังจากดัชนีตลาดหุ้นร่วงลงไปกว่า 7% ซึ่งรวมถึงดัชนี CSI 300 ทั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 2 ในสัปดาห์นี้ที่จีนประกาศใช้เซอร์กิต เบรกเกอร์เพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวนของตลาด โดยสาเหตุหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นร่วงลงอย่างหนักนั้น มาจากการที่ธนาคารกลางจีนปรับลดค่ากลางเงินหยวนลงสู่ระดับระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีในวันนี้
China Foreign Exchange Trading System (CFETS) รายงานว่า เงินหยวนปรับตัวลง 3.32% แตะที่ 6.5646 หยวนต่อดอลลาร์เช้าวันนี้
ขณะที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของจีน (CSRC) ประกาศในวันนี้ว่า CSRC จะควบคุมไม่ให้กลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ทำการขายหุ้นมากกว่า 1% ของหุ้นที่ถืออยู่ทั้งหมด ภายในระยะเวลา 3 เดือน ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวยิ่งเพิ่มความกังวลให้แก่นักลงทุน
ทั้งนี้ CSRC กำหนดว่า ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ที่ถือหุ้น 5% หรือมากกว่าในบริษัทที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ จะไม่ได้รับอนุญาตให้ขายหุ้นได้มากกว่า 1% ของหุ้นที่ถืออยู่ ภายในระยะเวลา 3 เดือน นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่จะต้องแจ้งแผนการปรับลดสัดส่วนการถือหุ้นให้กับ CSRC ทราบก่อนล่วงหน้า 15 วันทำการ
ขณะเดียวกัน ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้รับปัจจับลบราคาน้ำมันที่ยังคงร่วงลงอย่างต่อเนื่อง โดย ณ เวลาประมาณ 21.30 น. ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนก.พ. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาด NYMEX ร่วงลง 87 เซนต์ หรือ 2.56% สู่ระดับ 33.10 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่าทศวรรษ
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการรายงานในวันนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่แล้วซึ่งสิ้นสุดวันที่ 2 ม.ค. ปรับตัวลดลง 10,000 ราย สู่ระดับ 277,000 ราย ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 275,000 ราย
ส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกโดยเฉลี่ย 4 สัปดาห์ ซึ่งสามารถวัดแนวโน้มตลาดแรงงานได้ดีกว่าเพราะมีความผันผวนน้อยกว่าตัวเลขรายสัปดาห์นั้น ลดลง 1,250 ราย สู่ระดับ 275,750 ราย
ด้านจำนวนชาวอเมริกันที่ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องนั้น เพิ่มขึ้น 25,000 ราย สู่ระดับ 2,230,000 ราย ในรอบสัปดาห์ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 26 ธ.ค.
นักลงทุนจับตาดูตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรประจำเดือนธ.ค. ซึ่งกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยในวันศุกร์นี้ หลังจากที่วานนี้ ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) รายงานว่า ภาคเอกชนของสหรัฐมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 257,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดในรอบ 1 ปี และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 195,000 ตำแหน่ง