ข่าวอินโฟเควสท์
15:26 ชาวฮ่องกงนับหมื่นสวมหน้ากากดำออกมาชุมนุมต่อต้านรัฐบาลในย่านเศรษฐกิจสำคัญ   สื่อต่างประเทศรายงานว่า ผู้ประท้วงชาวฮ่องกงที่สนับสนุนการเรียกร้องปร…
14:37 จีนเผยมีผลผลิตนมเพิ่มขึ้นกว่า 50% ในทศวรรษที่ผ่านมา ขณะคุณภาพสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด   สำนักงานบริหารจัดการกฎระเบียบตลาดแห่งรัฐ เปิดเผยว่า จีนมี…
13:10 "ทรัมป์" ยกเลิกแผนจัดประชุม G7 ที่สนามกอล์ฟในฟลอริดา หลังถูกสื่อวิจารณ์   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เขาจะไม่ใช้สนามกอล์ฟของตัวเองในรั…
11:47 IMF เตือนทั่วโลกเร่งแก้ปัญหาพิพาทด้านการค้า ก่อนสร้างหายนะให้กับเศรษฐกิจโลก   คณะกรรมการกำหนดนโยบายของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนให้…
10:26 ชิลีเผยสถานีรถไฟใต้ดิน 41 แห่งได้รับความเสียหายจากเหตุจลาจล   นายฮาบิแอร์ อิตูร์ริเอกา รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมชิลี เปิดเผยว่า เหตุการณ์จลาจลครั้ง…

ดาวโจนส์พุ่งกว่า 100 จุด หลังดิ่งเกือบ 300 จุดวานนี้ บอนด์ยีลด์ร่วงหนุนตลาด

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 22:11:27 น.

ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 100 จุด หลังจากดิ่งลงเกือบ 300 จุดเมื่อวานนี้ โดยตลาดได้แรงหนุนจากการอ่อนตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในวันนี้ หลังจากดีดตัวขึ้นวานนี้ ขานรับถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งส่งสัญญาณว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้

ณ เวลา 21.53 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 25,545.00 จุด เพิ่มขึ้น 134.97 จุด หรือ 0.53% นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

ถึงแม้ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นในวันนี้ แต่เมื่อพิจารณาทั้งเดือนนี้ ดาวโจนส์มีแนวโน้มปรับตัวลง หลังจากดีดตัวขึ้นติดต่อกัน 10 เดือน ซึ่งเป็นช่วงขาขึ้นที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2502

ณ เวลา 21.35 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 2.882% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 30 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 3.139%

ทั้งนี้ ในการกล่าวตอบข้อซักถามจากคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อวานนี้ นายพาวเวลระบุว่า เฟดมีแผนปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ และอาจมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นเป็น 4 ครั้ง หลังจากมีการใช้มาตรการด้านการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งรวมถึงการปรับลดอัตราภาษี และการเพิ่มการใช้จ่ายของรัฐบาล

นายพาวเวลกล่าวว่า กรรมการเฟดแต่ละคนจะทำการประเมินครั้งใหม่ต่อแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ในการประชุมกำหนดนโยบายการเงินในวันที่ 20-21 มี.ค.

ทางด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 สำหรับการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว ที่ระดับ 2.5% ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ แต่ต่ำกว่าตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ที่ระดับ 2.6% และต่ำกว่าระดับ 3.2% ในไตรมาส 3

การชะลอตัวของเศรษฐกิจในไตรมาส 4 มีสาเหตุจากการลดลงของการลงทุนในสินค้าคงคลัง และการพุ่งขึ้นของตัวเลขการนำเข้าสินค้า

ทั้งนี้ การนำเข้าเพิ่มขึ้น 14% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปี 2553 แต่สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 8 พันล้านดอลลาร์ โดยลดลงจากตัวเลขเบื้องต้นที่ระดับ 9.2 พันล้านดอลลาร์ ส่วนการใช้จ่ายของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 3.8% ในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2557

เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัว 1.4% ในไตรมาส 1 ของปีที่แล้ว, 3.1% ในไตรมาส 2 และ 3.2% ในไตรมาส 3
เมื่อพิจารณาทั้งปีที่แล้ว เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัว 2.3% หลังจากที่เติบโตเพียง 1.5% ในปี 2559
ข่าวที่เกี่ยวข้อง