ดาวโจนส์ดีดตัว ขานรับเกาหลีเหนือ-ใต้เตรียมจัดประชุมซัมมิตครั้งแรกรอบกว่า 10 ปี

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday March 6, 2018 21:49 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ดีดตัวขึ้นในวันนี้ ขานรับรายงานข่าวที่ว่า เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้เตรียมจัดการประชุมสุดยอดผู้นำเป็นครั้งแรกรอบกว่า 10 ปีในเดือนหน้า

นอกจากนี้ เกาหลีเหนือยังส่งสัญญาณยกเลิกโครงการนิวเคลียร์ ตราบใดที่ไม่มีภัยคุกคามทางทหารต่อเกาหลีเหนือ

ณ เวลา 21.37 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 24,944.88 จุด เพิ่มขึ้น 70.12 จุด หรือ 0.28%

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้นนำตลาดวันนี้ ขณะที่หุ้นแคทเทอร์พิลลาร์ทะยานขึ้นมากที่สุดในการซื้อขายช่วงแรก

ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์ระบุว่า เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้จะจัดการประชุมสุดยอดผู้นำเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปีในปลายเดือนหน้า ซึ่งจะเป็นการพบปะกันเป็นครั้งแรกระหว่างนาย คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ และนายมูน แจ อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้

การประชุมสุดยอดดังกล่าวจะมีขึ้นที่หมู่บ้านปันมูนจอมในเขตปลอดทหารที่ตั้งอยู่บริเวณชายแดนเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้

ก่อนหน้านี้ เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้เคยจัดการประชุมสุดยอดเพียง 2 ครั้ง คือในปี 2543 และปี 2550

นอกจากนี้ เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้จะมีการจัดตั้งสายด่วนฮอตไลน์ระหว่างผู้นำทั้งสอง หลังจากที่เกาหลีเหนือตัดสายด่วนดังกล่าวก่อนหน้านี้ ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นบนคาบสมุทรเกาหลี

ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์ดังกล่าว หลังจากที่คณะผู้แทนพิเศษของเกาหลีใต้เดินทางกลับจากการเยือนเกาหลีเหนือซึ่งพวกเขาได้เข้าพบนายคิม จอง อึน และมีการสนทนาหารือกันนานกว่า 4 ชั่วโมงเมื่อวานนี้

นายชุง อุย ยอง ประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นผู้นำของคณะผู้แทนพิเศษดังกล่าว กล่าวว่า เกาหลีเหนือระบุว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรักษาโครงการนิวเคลียร์ไว้ ตราบใดที่ไม่มีภัยคุกคามทางทหารต่อเกาหลีเหนือ และระบอบการปกครองของเกาหลีเหนือยังคงมีความปลอดภัย

นายชุงยังกล่าวว่า เกาหลีเหนือพร้อมเปิดกว้างสำหรับการเจรจากับสหรัฐเกี่ยวกับการปลดอาวุธนิวเคลียร์ และการฟื้นฟูความสัมพันธ์ โดยเกาหลีเหนือจะระงับการดำเนินการด้านนิวเคลียร์ และขีปนาวุธในระหว่างที่การเจรจายังคงดำเนินไป

ขณะเดียวกัน นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้า หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ส่งสัญญาณว่า สหรัฐอาจยกเลิกการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียม อย่างน้อยที่สุดสำหรับแคนาดาและเม็กซิโก หากมีการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) ที่เป็นธรรม

ปธน.ทรัมป์ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กในอัตรา 25% และอลูมิเนียม 10% เพื่อที่จะปกป้องภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐ

นักวิเคราะห์ระบุว่า แม้ปธน.ทรัมป์ยืนยันวานนี้ว่า เขาจะไม่ถอยหลังจากการเรียกเก็บภาษีดังกล่าว แต่การที่จะดำเนินการเก็บภาษีจริงอาจจะยังเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอนในขณะนี้ เนื่องจากแนวคิดดังกล่าวกำลังเผชิญกับเสียงต่อต้านจากแวดวงนักการเมืองและนักการทูต

นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ในวันนี้ของนายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก, นายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานเฟด สาขาดัลลัส และนางลาเอล เบรนาร์ด หนึ่งในผู้ว่าการของเฟด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อของสหรัฐ รวมทั้งทิศทางอัตราดอกเบี้ยในปีนี้

นายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานเฟด สาขาดัลลัส กล่าวในวันนี้ว่า เขาสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในขณะนี้ จะทำให้สหรัฐมีโอกาสดีที่สุดในการผลักดันเศรษฐกิจให้คืบหน้าต่อไป

"เฟดควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ และผมคิดว่าเฟดควรรีบปรับขึ้น มากกว่าที่จะปล่อยให้ล่าช้าออกไป" เขากล่าว

CME Group ระบุว่า จากการใช้เครื่องมือ FedWatch วิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ พบว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่ามีโอกาสมากที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกในปีนี้ และมีโอกาสที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 2 ในเดือนมิ.ย. และครั้งที่ 3 ในเดือนก.ย.

นายแคปแลนระบุว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องถือว่ามีความจำเป็น ขณะที่อัตราการว่างงานอยู่ที่ระดับ 4.1% ในขณะนี้ ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะการจ้างงานเต็มศักยภาพ

"เราคิดว่าอัตราการว่างงานจะปรับตัวลงสู่ช่วง 3% ในปีนี้ ขณะที่การจ้างงานเต็มศักยภาพในขณะนี้ ซึ่งบ่งชี้ว่ามีคนจำนวนมากขึ้นที่มีงานทำ แต่ก็จะทำให้เกิดแรงกดดันมากขึ้น" นายแคปแลนกล่าว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ