ข่าวอินโฟเควสท์
14:08 RML เซ็นร่วมทุนกับ"Tokyo Tatemono Asia"ผู้พัฒนาอสังหาฯแห่งญี่ปุ่น-เข้าถือหุ้น RML38 ในสัดส่วน 49%   บมจ.ไรมอน แลนด์ (RML) แจ้งว่า เมื่อวันที่ 1…
13:08 เลือกตั้ง'62: "ซูเปอร์โพล"พบคนส่วนใหญ่กังวลต่อความวุ่นวายช่วงเลือกตั้ง แต่ก็ยังมีความตั้งใจที่จะออกไปเลือกตั้ง   ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำน…
12:26 MGT จ่ายปันผล 0.06 บ./หุ้น ขึ้น XD 12 มี.ค.   เรื่อง : จ่ายปันผลเป็นเงินสด วันที่คณะกรรมการมีมติ : 15 ก.พ. 2562 ชนิดการปันผล : จ่ายปันผลเป็นเงิ…
11:55 เลือกตั้ง'62: "สมศักดิ์"ลั่นพร้อมเลือกตั้งเต็มสูบทั้งคน-นโยบาย พร้อมระบุไม่ตอบโต้ใคร-ให้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์   นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณ…
11:32 โฆษกกระทรวงตปท.สหรัฐขอถอนตัวจากการเสนอชื่อเป็นทูตสหรัฐประจำ UN   กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐเปิดเผยว่า นางเฮทเธอร์ เนาเอิร์ต โฆษกกระทรวงการต่า…

ดาวโจนส์พลิกร่วงแดนลบ หลังทะยานกว่า 100 จุด บอนด์ยีลด์พุ่งทะลุ 3% ทุบตลาด

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 24 เมษายน 2561 21:46:00 น.

ดัชนีดาวโจนส์พลิกร่วงลงสู่แดนลบในวันนี้ หลังจากที่ทะยานกว่า 100 จุดขณะเปิดตลาด โดยได้รับผลกระทบจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพุ่งทะลุระดับ 3%

ณ เวลา 21.30 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 24,406.09 จุด ลบ 42.60 จุด หรือ 0.17%
ดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 100 จุดในการซื้อขายช่วงแรก โดยได้ปัจจัยบวกจากการเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง

บริษัทล็อคฮีด มาร์ติน, เวอไรซอน คอมมิวนิเคชั่น, แคทเทอร์ พิลลาร์ และโคคา โคล่า ต่างเปิดเผยตัวเลขกำไร และรายได้ในไตรมาส 1 สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ขณะเดียวกัน ผลสำรวจของสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์/เคส ชิลเลอร์ระบุว่า ดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศในสหรัฐพุ่งขึ้น 6.3% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี โดยสูงกว่าระดับ 6.1% ในเดือนม.ค. ขณะที่ได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง และภาวะสต็อกบ้านในระดับต่ำ

ส่วนดัชนีราคาบ้านใน 20 เมืองของสหรัฐ ทะยานขึ้น 6.8% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี หลังจากเพิ่มขึ้น 6.4% ในเดือนม.ค.
ราคาบ้านเพิ่มขึ้นสูงสุดในเมืองซีแอตเติล, ลาสเวกัส และซานฟรานซิสโก

อย่างไรก็ดี ดาวโจนส์ร่วงลงสู่แดนลบ หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพุ่งทะลุระดับ 3% ในวันนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนม.ค.2557

ณ เวลา 20.49 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 3.001% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.171%

ราคาพันธบัตร และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวในทิศทางตรงกันข้ามกัน
หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐทะยานขึ้นเหนือระดับ 3.04% ก็จะเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.2554

นักลงทุนทั่วโลกต่างมีความวิตกต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐขณะเข้าใกล้ระดับ 3% ซึ่งเคยส่งผลให้เกิดแรงเทขายอย่างหนักในตลาดหุ้น, พันธบัตร และสินค้าโภคภัณฑ์ในเดือนก.พ.

ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ จะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงินพุ่งขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะเป็นปัจจัยฉุดตลาดหุ้นวอลล์สตรีท และตลาดหุ้นทั่วโลก โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงสำหรับอัตราเงินกู้จำนอง และอัตราดอกเบี้ยตราสารหนี้ และเครื่องมือทางการเงินในระบบ

นักลงทุนแห่เทขายพันธบัตร หลังสูญเสียความน่าดึงดูดในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย จากการคลายความวิตกในคาบสมุทรเกาหลี และสถานการณ์ในซีเรีย ขณะที่นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ จากการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีกว่าคาดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งบ่งชี้ถึงเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น

ก่อนหน้านี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอยู่ในช่วงขาลงเป็นเวลานานหลายปี จากการที่เฟด และธนาคารกลางของประเทศต่างๆ พากันใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน ด้วยการเข้าซื้อพันธบัตรในตลาด หลังเกิดวิกฤตการเงินทั่วโลกในปี 2551 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งการใช้นโยบายผ่อนคลายดังกล่าวทำให้นักลงทุนต่างเคยชินกับภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำ และพากันเข้าซื้อหุ้นในตลาด ส่งผลให้ตลาดหุ้นพุ่งขึ้นทั่วโลก เนื่องจากคาดว่าเฟดจะยังคงแทรกแซงตลาดต่อไปด้วยการเข้าซื้อพันธบัตร

อย่างไรก็ดี หลังจากที่เฟดประกาศปรับลดงบดุล และลดวงเงินการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ก็ได้ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเริ่มดีดตัวขึ้น ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐจะปรับตัวอยู่ในช่วง 3.0-3.5% ในปลายปีนี้

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่พุ่งขึ้น จะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงินดีดตัวขึ้น จะทำให้ภาคเอกชนมีต้นทุนในการกู้ยืมมากขึ้น ซึ่งจะทำให้มีการลดการลงทุน และลดการจ้างงาน ขณะที่ผู้บริโภคลดการใช้จ่าย และจะทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะซบเซา และถดถอยในที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง