ข่าวอินโฟเควสท์
12:52 (เพิ่มเติม) เกิดเหตุระเบิดถล่มโบสถ์ที่ศรีลังกา เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 25 ราย   สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดถล่มโบสถ์ 2…
12:22 เกิดเหตุระเบิดถล่มโบสถ์ที่ศรีลังกา เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บหลายราย   สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดถล่มโบสถ์ 2 แห่งที่ประเทศศรีลังกาในวัน…
11:43 พรรครัฐบาลตุรกีเรียกร้องให้จัดเลือกตั้งใหม่ที่อิสตันบูล อ้างมีบัตรเสียหลายใบ   พรรคความยุติธรรมและการพัฒนา (AKP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลตุรกี ได้เรี…
10:58 สื่อผู้ดีเผยนายกฯอังกฤษอาจถูกเรียกร้องให้ลาออก เหตุไม่พอใจวิธีจัดการ Brexit   หนังสือพิมพ์ซันเดย์ ไทมส์ ของอังกฤษ รายงานว่า พรรคอนุรักษนิยม ซึ่…
17:37 รัฐบาลญี่ปุ่นเล็งควบคุมบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หวั่นเอาเปรียบผู้ขายสินค้าออนไลน์   แหล่งข่าวเปิดเผยในวันนี้ว่า คณะทำงานเรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่…

ดาวโจนส์เปิดแดนบวก หุ้นพลังงานฉุดตลาด นักลงทุนจับตาผลประกอบการ,ตัวเลขศก.

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 18 กรกฎาคม 2561 21:30:05 น.

ดัชนีดาวโจนส์เปิดแดนบวกในวันนี้ แต่การทรุดตัวของหุ้นกลุ่มพลังงานเป็นปัจจัยฉุดตลาด ขณะที่นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และตัวเลขเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตานายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะกล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อสภาคองเกรสเป็นวันที่ 2 ในวันนี้

ณ เวลา 21.12 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 25,127.19 จุด บวก 7.30 จุด หรือ 0.03%
หุ้นกลุ่มพลังงานดิ่งลงอย่างหนักวันนี้ ตามราคาน้ำมันที่ทรุดตัวลง
ทั้งนี้ นายพาวเวลจะกล่าวถ้อยแถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันนี้

ในการกล่าวถ้อยแถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวานนี้ นายพาวเวลกล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วเพียงพอที่จะทำให้เฟดเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้

นายพาวเวลเปิดเผยว่า เฟดมองว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปยังคงเป็นการดำเนินการที่เหมาะสม

นายพาวเวลระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นทางการคลัง, ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค, การลงทุนในภาคธุรกิจ, ความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นในภาคครัวเรือน, การขยายตัวของเศรษฐกิจในต่างประเทศ และสภาวะทางการเงินที่ผ่อนคลายภายในประเทศ ขณะที่อัตราว่างงานอยู่ในระดับต่ำ

ที่ผ่านมา บริษัทจดทะเบียนสามารถรายงานผลประกอบการที่สดใสในไตรมาส 2 โดยบริษัทในดัชนี S&P 500 ราว 9% ที่ได้รายงานผลประกอบการแล้ว ระบุว่าบริษัทมีผลกำไรพุ่งขึ้นเฉลี่ย 22.1% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ราคาหุ้นอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล ร่วงลง 0.3% หลังจากที่คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (EU) ประกาศปรับบริษัทกูเกิล อิงค์ เป็นเงินจำนวน 4.34 พันล้านยูโร (5.04 พันล้านดอลลาร์) ในวันนี้ ในข้อหาผูกขาดตลาดด้วยการใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ในการสกัดคู่แข่งในตลาด ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎระเบียบด้านการแข่งขันของ EU

ราคาหุ้นมอร์แกน สแตนลีย์พุ่งขึ้น 3.3% หลังเปิดเผยว่า ทางธนาคารมีกำไรพุ่งขึ้น 39% สู่ระดับ 2.44 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 2 พันล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ มอร์แกน สแตยลีย์ยังระบุว่า ธนาคารมีกำไรที่ระดับ 1.30 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.11 ดอลลาร์/หุ้น

ขณะเดียวกัน ธนาคารมีรายได้ 1.06 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.01 หมื่นล้านดอลลาร์

ส่วนการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในวันนี้นั้น กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านร่วงลงมากกว่าคาดในเดือนมิ.ย. โดยดิ่งลง 12.3% เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 1.173 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปีที่แล้ว และเป็นการทรุดตัวลงหนักที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2559 หลังจากเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.337 ล้านยูนิตในเดือนพ.ค.

การดิ่งลงของตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านมีสาเหตุจากการพุ่งขึ้นของต้นทุนการก่อสร้าง รวมทั้งการขาดแคลนที่ดิน และแรงงาน
นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านจะลดลงสู่ระดับ 1.320 ล้านยูนิตในเดือนมิ.ย.
ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านสำหรับครอบครัวเดี่ยว ลดลง 9.1% สู่ระดับ 858,000 ยูนิต
ส่วนการก่อสร้างบ้านสำหรับหลายครอบครัว ซึ่งรวมถึงอพาร์ทเมนท์และคอนโดมิเนียม ดิ่งลง 19.8% สู่ระดับ 315,000 ยูนิต

นอกจากนี้ กระทรวงรายงานว่า การอนุญาตก่อสร้างบ้านลดลง 2.2% สู่ระดับ 1.273 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปีที่แล้ว โดยเป็นการปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.330 ล้านยูนิต

การอนุญาตก่อสร้างบ้านสำหรับครอบครัวเดี่ยวเพิ่มขึ้น 0.8% สู่ระดับ 850,000 ยูนิต ส่วนการอนุญาตก่อสร้างบ้านสำหรับหลายครอบครัวลดลง 7.6% สู่ระดับ 423,000 ยูนิต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง