ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดร่วง 137.51 จุด วิตกค่าเงินตุรกี,ผลกระทบข้อพิพาทการค้า

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday August 16, 2018 06:56 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (15 ส.ค.) เนื่องจากวิกฤตค่าเงินของตุรกี รวมทั้งข้อพิพาทด้านการค้าระหว่างสหรัฐและตุรกี และผลประกอบการที่อ่อนแอของบริษัทจดทะเบียน ได้ส่งผลให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง นอกจากนี้ การร่วงลงอย่างหนักของราคาน้ำมันดิบยังได้ฉุดหุ้นกลุ่มพลังงานดิ่งลงด้วยเช่นกัน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,162.41 จุด ลดลง 137.51 จุด หรือ -0.54% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,818.37 จุด ลดลง 21.59 จุด หรือ -0.76% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,774.12 จุด ลดลง 96.78 จุด หรือ -1.23%

ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการร่วงลงของค่าเงินตุรกีและผลกระทบที่จะลุกลามไปยังประเทศต่างๆ รวมทั้งข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและตุรกี หลังจากรัฐบาลตุรกีประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐ ซึ่งรวมถึงรถยนต์โดยสาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ เพื่อเป็นการตอบโต้ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการให้เพิ่มอัตราภาษีต่อเหล็กและอลูมิเนียมที่นำเข้าจากตุรกีขึ้นอีกสองเท่า โดยอัตราภาษีเหล็กนำเข้าจากตุรกีจะอยู่ที่ 50% และอลูมิเนียมอยู่ที่ 20%

ทั้งนี้ นายเรเซป ตอยยิบ เออร์โดกัน ประธานาธิบดีตุรกี ได้ลงนามในคำสั่งให้ปรับขึ้นภาษีรถยนต์จากสหรัฐเป็น 120% และขึ้นภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็น 140% ขณะที่ขึ้นภาษีบุหรี่เป็น 60% นอกจากนี้ ตุรกียังได้ปรับขึ้นภาษีนำเข้าเครื่องสำอาง ข้าว และถ่านหินจากสหรัฐด้วย

หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงหลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI ดิ่งลงอย่างหนักถึง 3% โดยหุ้นเชฟรอน ร่วงลง 3.8% หุ้นอ็อคซิเดนเชียล ปิโตรเลียม ร่วงลง 3.4% หุ้นเอ็กซอน โมบิล ลดลง 1.7% หุ้นเดวอน เอนเนอร์จี ร่วงลง 4.5% หุ้นเชซาพีค เอนเนอร์จี ลดลง 2.4%

ความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าได้ฉุดหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมร่วงลง โดยหุ้นโบอิ้ง ร่วงลง 2.2% หุ้นแคทเธอร์พิลลาร์ ลดลง 2.1% หุ้นอีตัน คอร์ป ลดลง 0.6% และหุ้นยูไนเต็ด เทคโนโลยีส์ ลดลง 0.5%

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลง หลังจากบริษัทเทนเซนต์ โฮลดิ้งส์ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ของจีน และเป็นเจ้าของสื่อสังคมออนไลน์วีแชต เปิดเผยว่า บริษัทมีกำไรและรายได้ต่ำกว่าคาดในไตรมาส 2 โดยได้รับผลกระทบจากการที่เจ้าหน้าที่จีนเพิ่มการกำกับดูแลธุรกิจเกมส์ออนไลน์

ทั้งนี้ หุ้นเฟซบุ๊ก ลดลง 0.9% หุ้นอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล ดิ่งลง 2.06% หุ้นอเมซอน ร่วงลง 1.9% หุ้นเน็ตฟลิกซ์ ดิ่งลง 3.3% หุ้นไมโครซอฟท์ ลดลง 1.4% หุ้นอินเทล ร่วงลง 1.4% ขณะที่หุ้นไมครอน เทคโนโลยีส์ ทรุดตัวลง 6.1%

หุ้นเทสลา ดิ่งลง 2.6% หลังจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐได้เรียกตัวนายอีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเทสลา เข้าให้ปากคำในกรณีที่นายมัสก์ทวีตข้อความซึ่งระบุว่า เขากำลังพิจารณานำเทสลาออกจากการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดที่ระดับราคา 420 ดอลลาร์

หุ้นเมซีย์ ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ดิ่งลง 16% แม้บริษัทเปิดเผยกำไรในไตรมาส 2 ที่ระดับ 59 เซนต์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 51 เซนต์/หุ้น และรายได้อยู่ที่ระดับ 5.57 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.55 พันล้านดอลลาร์

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนก.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ส่วนยอดค้าปลีกพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมยอดขายรถยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และอาหาร ปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือนก.ค. หลังจากลดลง 0.1% ในเดือนมิ.ย.

ทางด้านธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รายงานว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนก.ค. แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% หลังจากพุ่งขึ้น 1.0% ในเดือนมิ.ย.

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆที่จะมีการเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนก.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นเดือนส.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ