ดาวโจนส์ฟิวเจอร์บวก บ่งชี้วอลล์สตรีทดีดตัวคืนนี้ ก่อนประธานเฟดกล่าวสุนทรพจน์

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday August 24, 2018 20:02 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้าบวก บ่งชี้ว่าตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะดีดตัวขึ้นในคืนนี้ ก่อนที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมเศรษฐกิจประจำปีของเฟด ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง ในวันนี้

ณ เวลา 19.38 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้าบวก 58 จุด หรือ 0.23% สู่ระดับ 25,729 จุด

นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของนายพาวเวลเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และเพื่อดูว่าเขาจะมีปฏิกริยาอย่างไรต่อการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์วิพากษ์วิจารณ์นโยบายปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า เขาไม่รู้สึกปลื้มต่อการที่นายพาวเวลปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และเขาจะวิพากษ์วิจารณ์เฟดต่อไป หากเฟดยังคงเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

เฟดได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 5 ครั้งนับตั้งแต่ที่นายทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนม.ค.ปีที่แล้ว เทียบกับที่เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในสมัยของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา

นอกจากนี้ เฟดได้ขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ และยังส่งสัญญาณปรับขึ้นอีก 2 ครั้งก่อนสิ้นปีนี้ รวมทั้งมีแนวโน้มปรับขึ้นอีก 3 ครั้งในปีหน้า

นักลงทุนไม่ได้ให้ความสนใจมากนักต่อการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งทำเนียบขาวระบุว่า การเจรจาการค้าระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐและจีนเป็นเวลา 2 วันได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยไม่มีความคืบหน้าที่สำคัญใดๆ

"เราได้เสร็จสิ้นการหารือ 2 วันกับเจ้าหน้าที่จีน โดยมีการแลกเปลี่ยนมุมมองในการพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่มีความเป็นธรรม, สมดุล และมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน" นางลินเซย์ วอลเตอร์ส โฆษกทำเนียบขาว กล่าว

นางวอลเตอร์สกล่าวเสริมว่า ทั้ง 2 ฝ่ายยังได้หารือกันเกี่ยวกับการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา และนโยบายถ่ายโอนเทคโนโลยี

เมื่อวานนี้ เป็นวันที่สหรัฐและจีนต่างประกาศบังคับใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างกันรอบที่ 2 ในอัตรา 25% วงเงิน 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่สงครามการค้าระหว่างสองชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจทวีความรุนแรงขึ้น

ส่วนการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในวันนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ลดลง 1.7% ในเดือนก.ค. โดยได้รับผลกระทบจากการดิ่งลงของคำสั่งซื้อเครื่องบิน

อย่างไรก็ดี ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐาน ซึ่งเป็นคำสั่งซื้อสินค้าทุนที่ไม่รวมเครื่องบิน และสินค้าด้านอาวุธ โดยเป็นสิ่งบ่งชี้แผนการใช้จ่ายของภาคธุรกิจ เพิ่มขึ้น 1.4% ในเดือนก.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.9% ในเดือนมิ.ย.

เมื่อเทียบรายปี ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐานดีดตัวขึ้น 7.2% ในเดือนก.ค.


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ