ดาวโจนส์พุ่งวันที่ 2 ขานรับผลประกอบการแกร่ง ขณะเก็ง"ทรัมป์-สีจิ้นผิง"เจรจาชื่นมื่น

ข่าวหุ้น-การเงิน 31 ตุลาคม พ.ศ. 2561 21:13 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นเป็นวันที่ 2 โดยได้แรงหนุนจากการเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทเฟซบุ๊ก และเจเนอรัล มอเตอร์ (GM) ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์นี้ ณ เวลา 20.45 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 25,139.01 จุด เพิ่มขึ้น 264.37 จุด หรือ 1.06% ถึงแม้ว่าดัชนีดาวโจนส์สามารถดีดตัวขึ้นในวันนี้ แต่ก็มีแนวโน้มร่วงลง 6% ในเดือนนี้ ทำสถิติเป็นเดือนที่ปรับตัวย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2558 โดยได้รับผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน, การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ และการประกาศผลประกอบการที่น่าผิดหวังของบริษัทจดทะเบียนบางแห่ง ราคาหุ้นของ GM บริษัทรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ พุ่งขึ้น 6% ในวันนี้ หลังจากที่บริษัทเปิดเผยกำไร และรายได้พุ่งขึ้นเกินคาดในไตรมาส 3

นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการคาดการณ์ที่ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในการพบปะกันนอกรอบการประชุม G20 ที่กรุงบัวโนสไอเรสของอาร์เจนตินาในเดือนหน้า

ทั้งนี้ GM เปิดเผยว่า บริษัทมีกำไร 1.87 ดอลลาร์/หุ้น เมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 1.25 ดอลลาร์/หุ้น ขณะที่มีรายได้ที่ระดับ 3.579 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.485 หมื่นล้านดอลลาร์

ส่วนราคาหุ้นเฟซบุ๊กดีดตัวขึ้น 4.8% ขานรับผลประกอบการที่ดีกว่าตัวเลขคาดการณ์ และช่วยหนุนให้หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้นกว่า 2% ในวันนี้

นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการคาดการณ์ที่ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในการพบปะกันนอกรอบการประชุม G20 ที่กรุงบัวโนสไอเรสของอาร์เจนตินาในเดือนหน้า

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า เขาคิดว่าสหรัฐจะสามารถทำข้อตกลงทางการค้าครั้งใหญ่กับจีน แต่เขาก็เตือนว่าสหรัฐพร้อมที่จะเรียกเก็บภาษีรอบใหม่ต่อสินค้าจีนวงเงิน 2.67 แสนล้านดอลลาร์ หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับจีน

ขณะนี้ สหรัฐได้เรียกเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีนในวงเงิน 2.50 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่จีนก็ได้ตอบโต้ด้วยการเรียกเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐในวงเงิน 1.10 แสนล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ หากสหรัฐเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนครั้งใหม่ในวงเงิน 2.67 แสนล้านดอลลาร์ นอกเหนือจากที่เรียกเก็บภาษีสินค้าวงเงิน 2.50 แสนล้านดอลลาร์ก่อนหน้านี้ ก็เท่ากับว่าสหรัฐได้เรียกเก็บภาษีต่อสินค้าทั้งหมดที่จีนส่งเข้าไปยังสหรัฐ โดยข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐระบุว่า จีนได้ส่งออกสินค้าวงเงิน 5.05 แสนล้านดอลลาร์เข้าสู่สหรัฐในปีที่แล้ว

ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้น 227,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. จากระดับ 218,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย.

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าการจ้างงานภาคเอกชนจะเพิ่มขึ้น 189,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค.

การจ้างงานภาคเอกชนในเดือนต.ค.มีการเพิ่มขึ้นในวงกว้างทั่วทุกภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในธุรกิจขนส่งและสาธารณูปโภค

การจ้างงานในภาคบริการเพิ่มขึ้น 189,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. ส่วนภาคการผลิตและภาคก่อสร้างเพิ่มขึ้นภาคละ 17,000 ตำแหน่ง

นักลงทุนจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์นี้ โดยผลการสำรวจนักวิเคราะห์ระบุว่า กระทรวงแรงงานสหรัฐจะรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 190,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. โดยจะต่ำกว่าระดับ 201,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นระดับเฉลี่ยในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

เมื่อเดือนที่แล้ว กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดในเดือนก.ย. โดยเพิ่มขึ้นเพียง 134,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปีที่แล้ว และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 185,000 ตำแหน่ง

กระทรวงแรงงานเปิดเผยว่า มีความเป็นไปได้ที่พายุเฮอร์ริเคนฟลอเรนซ์ ซึ่งได้พัดถล่มรัฐนอร์ธและเซาธ์แคโรไลนาในเดือนก.ย. เป็นสาเหตุที่ทำให้ตัวเลขการจ้างงานลดลงในบางภาคอุตสาหกรรม

ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 3.7% ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2512 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 3.8%


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ