ข่าวอินโฟเควสท์
00:08 เฟดแอตแลนตาคาดเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 1.6% ในไตรมาส 2   ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา เปิดเผยว่า แบบจำลองการคาดการณ์ GDPNow แสดงให้เห็นว่า เศ…
23:59 สหรัฐเผยสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนพ.ค. สอดคล้องคาดการณ์   กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเพิ่มขึ…
23:49 แฮกเกอร์ลักลอบเจาะระบบเครือข่ายกรมสรรพากรบัลกาเรีย   เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า แฮกเกอร์ได้ลักลอบเจาะเข้าสู่ระบบเครือข่ายของกรมสรรพากรบัลกาเรีย และส…
23:25 ดาวโจนส์พลิกร่วงหลุดนิวไฮ หลัง"ทรัมป์"เผยสหรัฐ-จีนเจรจาการค้ายังไม่คืบ   ดัชนีดาวโจนส์พลิกร่วงลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังประธานาธิบดี…
23:09 "คริสติน ลาการ์ด"ประกาศลาออกจากตำแหน่งผอ.IMF มีผล 12 ก.ย.   นางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประกาศลาออกจากตำแหน่…

ดาวโจนส์พลิกร่วงแดนลบ หลังดีดตัวแรงช่วงแรก ขณะนลท.ยังไม่มั่นใจตลาด

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 26 ธันวาคม 2561 22:47:48 น.

ดัชนีดาวโจนส์พลิกร่วงลงสู่แดนลบจากที่พุ่งขึ้นไปถึงกว่า 200 จุดหลังเปิดตลาดไม่นาน เนื่องจากหุ้นกลุ่มการเงินร่วงลงต่อเนื่อง เพราะนักลงทุนยังไม่มั่นใจเกี่ยวกับภาวะผันผวนที่เกิดขึ้นในตลาดการเงินสหรัฐในช่วงที่ผ่านมา ท่ามกลางสถานการณ์ไม่แน่นอนทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติชัตดาวน์ ข้อมูลเศรษฐกิจ และผลพวงจากการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด

ณ เวลา 22.34 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 21,763.00 จุด ลดลง 29.20 หรือ -0.13%

หุ้นอเมซอนพุ่งขึ้นและช่วยดันหุ้นกลุ่มค้าปลีกให้ปรับตัวสูงขึ้นด้วย หลังบริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่เผยยอดขายสดใสช่วงเทศกาลวันหยุด อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มการเงินยังคงร่วงต่อเนื่องเป็นวันที่ 14 ในรอบ 15 วันทำการ

ดัชนีดาวโจนส์เปิดตลาดวันนี้ดีดตัวขึ้น หลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักติดต่อกัน 4 วันทำการก่อนหน้านี้ อันเนื่องมาจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองในสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐยังคงอยู่ในภาวะชัตดาวน์ และมีความเป็นไปได้ว่าสถานการณ์ชัตดาวน์จะยืดเยื้อไปจนถึงวันที่ 3 ม.ค.ปีหน้า เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ปฏิเสธที่จะลงนามในร่างกฎหมายงบประมาณที่ไม่รวมงบประมาณการสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโก

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังกังวลต่อกรณีที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้แสดงความไม่พอใจต่อนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด และมีข่าวลือว่าปธน.ทรัมป์ต้องการปลดนายพาวเวลออกจากตำแหน่ง หลังจากที่เฟดได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ และส่งสัญญาณว่าจะเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีหน้า

ทั้งนี้ หลังดีดตัวแรงในช่วงเปิดตลาด แต่เพียงไม่นานดัชนีก็เริ่มลดช่วงบวก จนกระทั่งพลิกกลับมาเคลื่อนไหวในแดนลบ และยังคงแกว่งตัวผันผวนในกรอบแคบๆ ระหว่างแดนบวกและแดนลบ

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยในวันนี้ ได้แก่ ดัชนีราคาบ้านเดือนต.ค. โดยผลสำรวจของเอสแอนด์พี คอร์โลจิก เคส ชิลเลอร์ ระบุว่า ดัชนีราคาบ้านใน 20 เมืองของสหรัฐในเดือนต.ค. เพิ่มขึ้นเพียง 5% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งชะลอตัวลงจากที่เพิ่มขึ้น 5.2% ในเดือนก.ย. และนับเป็นการชะลอตัวเดือนที่ 7 ติดต่อกัน

ข้อมูลล่าสุดนี้สะท้อนให้เห็นว่า อุปสงค์ในตลาดที่อยู่อาศัยสหรัฐอ่อนแรง อันเนื่องมาจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านที่สูงขึ้น รวมถึงมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวขึ้น

ด้านธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาริชมอนด์ เปิดเผยว่า ภาคการผลิตในภูมิภาคแอตแลนติกตอนกลางหดตัวลงในเดือนธ.ค. ซึ่งสวนทางกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้

เฟด ริชมอนด์ ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตร่วงลงสู่ระดับ -8 ในเดือนธ.ค. จากระดับ +14 ในเดือนพ.ย. ขณะที่ตลาดคาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ +15

ดัชนีที่มีค่าสูงกว่า 0 บ่งชี้ถึงภาวะขยายตัว หากต่ำกว่า 0 บ่งชี้ภาวะหดตัว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง