ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดร่วง 660.02 จุด หลัง"แอปเปิล"หั่นคาดการณ์รายได้,ภาคการผลิตสหรัฐซบเซา

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday January 4, 2019 06:47 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 600 จุดเมื่อคืนนี้ (3 ม.ค.) หลังจากบริษัทแอปเปิล อิงค์ ปรับลดคาดการณ์รายได้ เนื่องจากยอดขาย iPhone ที่ชะลอตัวลงในประเทศจีน ซึ่งข่าวดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน นอกจากนี้ ข้อมูลภาคการผลิตที่ซบเซาของสหรัฐยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 22,686.22 จุด ร่วงลง 660.02 จุด หรือ -2.83% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,447.89 จุด ลดลง 62.14 จุด หรือ -2.48% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,463.50 จุด ดิ่งลง 202.43 จุด หรือ -3.04%

ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงอย่างหนักหลังจากแอปเปิล อิงค์ ประกาศปรับลดคาดการณ์รายได้ประจำไตรมาสแรกของปีงบการเงิน 2562 ของบริษัทซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมา จากเดิมที่คาดไว้ในช่วง 8.9-9.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ลดลงเหลือ 8.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 9.15 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยแอปเปิลระบุว่า การปรับลดคาดการณ์รายได้ในครั้งนี้เป็นผลจากยอดขาย iPhone ที่ชะลอตัวลงในจีน ขณะที่อุปสงค์ของลูกค้าในประเทศอื่นก็ไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่บริษัทคาดการณ์ไว้

โกลด์แมน แซคส์ได้ออกรายงานเตือนว่า แอปเปิลมีแนวโน้มที่จะปรับลดคาดการณ์รายได้ตลอดปีงบการเงิน 2562 ขณะที่นายร็อด ฮอลล์ นักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ ได้ปรับลดคาดการณ์ราคาหุ้นแอปเปิลในช่วง 12 เดือนข้างหน้า สู่ระดับ 140 ดอลลาร์ จากเดิมที่ 182 ดอลลาร์ และปรับลดคาดการณ์รายได้ของทั้งปีงบการเงิน 2019 ลง 6% สู่ระดับ 2.53 แสนล้านดอลลาร์ รวมทั้งปรับลดคาดการณ์กำไรต่อหุ้นลง 10% สู่ระดับ 11.66 ดอลลาร์ต่อหุ้น

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้นแอปเปิล ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักทรัพย์จำนวน 30 หลักทรัพย์ที่ใช้คำนวณดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดร่วงลง 10% และได้ฉุดหุ้นตัวอื่นๆในกลุ่มเทคโนโลยีดิ่งลงด้วย โดยหุ้นอเมซอน ร่วงลง 2.5% หุ้นอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล ดิ่งลง 2.7% หุ้นไมโครซอฟท์ ร่วงลง 3.7% หุ้น Nvidia ร่วงลง 6% หุ้นไมครอน เทคโนโลยี ร่วงลง 5.3% หุ้นซิสโก ซิสเต็มส์ ลดลง 3.6% และหุ้นเฟซบุ๊ก ร่วงลง 2.9%

หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมร่วงลง เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยหุ้นโบอิ้ง ร่วงลง 4% หุ้นแคทเธอร์พิลลาร์ ดิ่งลง 3.8% หุ้น 3M ลดลง 3.7% หุ้นยูไนเต็ด เทคโนโลยีส์ ดิ่งลง 4.4% หุ้นเอเมอร์สัน อิเล็กทริก ลดลง 2.1% และหุ้นอีตัน คอร์ป ร่วงลง 2.9%

หุ้นกลุ่มรถยนต์ร่วงลงหลังจากมีรายงานว่า ยอดขายรถยนต์ของบริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่อย่างเจเนอรัล มอเตอร์ (GM) และฟอร์ด มอเตอร์ ร่วงลง 8.8% และ 2.7% ตามลำดับในเดือนธ.ค. โดยราคาหุ้นฟอร์ดปิดตลาดร่วงลง 1.5% ขณะที่หุ้น GM ดิ่งลง 4.1% และหุ้นเฟียต ไครสเลอร์ ร่วงลง 1.3%

หุ้นบริสตอล-ไมเยอร์ส สควิบบ์ ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตยายักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ทรุดตัวลง 13.3% หลังจากบริสตอล-ไมเยอร์ส สควิบบ์ ประกาศซื้อกิจการบริษัทเซลจีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตยารักษาโรคมะเร็งของสหรัฐ ในข้อตกลงวงเงิน 7.4 หมื่นล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ข่าวดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นเซลจีน ปิดตลาดทะยานขึ้น 21%

หุ้นจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ร่วงลง 1.6% หลังจากเปิดเผยยอดขายในอินเดียลดลง 3% ในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2545 ท่ามกลางข่าวอื้อฉาวที่ว่า ผลิตภัณฑ์แป้งโรยตัวของบริษัท ซึ่งรวมถึงแป้งเด็กจอห์นสัน มีส่วนผสมของแร่ใยหิน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดมะเร็ง

หุ้นเดลต้า แอร์ไลน์ส ร่วงลง 8.9% ซึ่งส่งผลให้ดัชนีหุ้นกลุ่มสายการบินปรับตัวลง 5.9% หลังจากเดลต้า แอร์ไลน์ส เปิดเผยรายได้ในเดือนธ.ค.ที่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก หลังจากผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 54.1 ในเดือนธ.ค. จากระดับ 59.3 ในเดือนพ.ย. โดยข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานของไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐ ร่วงลงสู่ระดับ 53.8 ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปีที่แล้ว จากระดับ 55.3 ในเดือนพ.ย.

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐพุ่งขึ้น 271,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. จากระดับ 157,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. ขณะที่กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 10,000 ราย สู่ระดับ 231,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว

นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนธ.ค.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรจะเพิ่มขึ้น 180,000 ตำแหน่ง และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 3.7% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 49 ปี


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ