ดาวโจนส์พุ่งไม่หยุด ล่าสุดทะยานกว่า 300 จุด คาดสงครามการค้าใกล้ปิดฉาก

ข่าวหุ้น-การเงิน Saturday January 19, 2019 00:13 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องในวันนี้ ล่าสุดทะยานกว่า 300 จุด หลังมีรายงานว่า จีนได้เสนอเพิ่มการนำเข้าสินค้าสหรัฐมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อแก้ปัญหาการขาดดุลการค้าของสหรัฐ

ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะปิดทำการในวันจันทร์หน้า เนื่องในวันมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์

ณ เวลา 00.04 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 24,695.69 จุด เพิ่มขึ้น 325.59 จุด หรือ 1.34%

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่า จีนได้เสนอแผนเพื่อแก้ไขความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐ โดยจีนเสนอที่จะเพิ่มการนำเข้าสินค้าสหรัฐเป็นเวลา 6 ปี รวมมูลค่ามากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ จีนเสนอที่จะเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐเพื่อลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐที่มีต่อจีนให้เหลือศูนย์ภายในปี 2567 จากที่ขาดดุลการค้าต่อจีนจำนวน 3.23 แสนล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว

รายงานดังกล่าวมีขึ้น หลังจากที่ทางการจีนยืนยันว่า นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน จะเดินทางเยือนสหรัฐในช่วงปลายเดือนนี้ เพื่อเปิดการเจรจากับสหรัฐรอบใหม่

นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากรายงานของหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลที่ระบุว่า คณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังหารือกันเกี่ยวกับการผ่อนคลายมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน ซึ่งอาจจะเป็นการยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าบางประเภทหรืออาจจะยกเลิกทั้งหมด โดยมีเป้าหมายที่จะลดความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองประเทศ

ขณะเดียวกัน การเปิดเผยตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐที่สดใส ก็ได้เป็นปัจจัยบวกต่อตลาด

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รายงานในวันนี้ว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐพุ่งขึ้นมากที่สุดในรอบ 10 เดือนในเดือนธ.ค. โดยได้แรงหนุนจากการผลิตรถยนต์ และสินค้าหลากหลายประเภท

เฟดเปิดเผยว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐพุ่งขึ้น 1.1% ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.ปีที่แล้ว โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% หลังจากขยับขึ้น 0.1% ในเดือนพ.ย.

ทั้งนี้ การผลิตภาคอุตสาหกรรมเป็นการวัดการปรับตัวของภาคการผลิต, เหมืองแร่ และสาธารณูปโภค

ภาคการผลิต และเหมืองแร่ดีดตัวขึ้นในเดือนธ.ค. ขณะที่สาธารณูปโภคทรุดตัวลง

ส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 76.5% ในเดือนธ.ค. จากระดับ 75.8 ในเดือนพ.ย.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ