ดาวโจนส์ฟิวเจอร์แทบไม่เคลื่อนไหว บ่งชี้วอลล์สตรีทปรับตัวแคบ ขณะจับตาผลประกอบการ

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday February 4, 2019 21:30 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์แทบไม่เคลื่อนไหวในวันนี้ บ่งชี้ว่าตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะปรับตัวแคบในคืนนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน

ณ เวลา 21.25 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลบ 5 จุด หรือ 0.02% สู่ระดับ 24,991 จุด

ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นเมื่อวันศุกร์ โดยได้ปัจจัยหนุนจากการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐ และความหวังในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ปรับตัวลงหลังหุ้นอเมซอนร่วงลงอย่างหนัก เมื่อทางบริษัทเตือนว่าอาจจะมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในปีนี้

นักลงทุนจับตาบริษัทอัลฟาเบท ซึ่งจะเปิดเผยผลประกอบการของบริษัท หลังจากปิดตลาดหุ้นในวันนี้

นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งจะกล่าวแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ต่อสภาคองเกรสสหรัฐในคืนวันพรุ่งนี้เวลา 21.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับช่วงเช้าวันพุธเวลา 09.00 น.ตามเวลาไทย

การกล่าวสุนทรพจน์ของปธน.ทรัมป์ต่อสภาคองเกรสในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการแถลงนโยบายของเขาต่อวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเป็นครั้งที่ 2 ของเขา ได้รับความสนใจจากสื่อทั่วโลก โดยจะมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ต่อชาวสหรัฐทั่วประเทศ ขณะที่สำนักข่าว CNN ก็จะออกอากาศสดไปทั่วโลกเช่นกัน

การกล่าวแถลงการณ์ของปธน.ทรัมป์เป็นไปตามคำเชิญของนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ นางเพโลซีได้เชิญปธน.ทรัมป์ให้ขึ้นกล่าวนโยบายประจำปีในวันที่ 29 ม.ค. แต่ต่อมาได้ขอให้เลื่อนออกไป โดยระบุถึงความกังวลเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย เนื่องจากหน่วยงานของรัฐบาลที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยในการแถลงนโยบายประจำปี ได้ถูกปิดทำการชั่วคราวเนื่องจากขาดแคลนงบประมาณ หรือชัตดาวน์

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ปธน.ทรัมป์จะเริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงความสำเร็จ และผลงานของรัฐบาลในปีที่แล้ว พร้อมกับจะกล่าวถึงสิ่งที่เขาจะดำเนินการต่อไปในอีก 2 ปีที่เหลือของการดำรงตำแหน่งของเขา โดยจะมีการกล่าวเน้นหนักในเสาหลัก 5 ประการ คือ วิสัยทัศน์ของการมีระบบการตรวจคนเข้าเมืองที่ปลอดภัยและถูกกฎหมาย, การปกป้องแรงงานสหรัฐที่ได้รับผลกระทบจากการทำข้อตกลงการค้าที่ไม่เป็นธรรม, การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน, การปรับลดราคายา และต้นทุนการรักษาสุขภาพ รวมทั้งการใช้ความพยายามในด้านการทูตและการทหารในการปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐ

นอกจากนี้ มีการคาดการณ์กันว่า ปธน.ทรัมป์จะประกาศรายชื่อประเทศที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 ระหว่างเขาและนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะเป็นประเทศเวียดนาม รวมทั้งจะกล่าวถึงวิกฤตการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นในเวเนซุเอลาในขณะนี้

อย่างไรก็ดี ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ปธน.ทรัมป์จะประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติในการแถลงนโยบายประจำปีต่อสภาคองเกรสครั้งนี้เพื่อให้มีการจัดสรรงบประมาณสำหรับการสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโกหรือไม่ ก่อนที่งบประมาณชั่วคราวสำหรับหน่วยงานรัฐบาลจะหมดลงในวันที่ 15 ก.พ.


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ