ข่าวอินโฟเควสท์
11:40 TEAMG ได้สิทธิบริหารจัดการระบบ Water Recycling ของจุฬาฯ เป็นเวลา 10 ปี   นายมนตรี บุษบาธร Senior Vice President (SVP) สายงานธุรกิจเกี่ยวเนื่องแ…
11:38 ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง: ฮั่งเส็งปิดเช้าลบ 228.41 จุด หลังเหตุประท้วงรุนแรงสุดสัปดาห์   ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดเช้าปรับตัวลดลง หลังการประท้วง…
11:37 "ทรัมป์"ขึ้นเวทีปราศัยกับปธน.อินเดียที่เมืองฮุสตัน ท่ามกลางความตึงเครียดของแคว้นแคชเมียร์   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ขึ้นเวทีปราศัยท…
11:36 ศิริราช เชิญชวนประชาชนร่วมชมคอนเสิร์ต เธียเตอร์ การกุศล Dreams & Musical the Charity ครั้งที่ 11 “ภาพสุดท้าย Everlasting” ระดมทุนจัดหาอุปกรณ์ทางแพทย์ เพื่อดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย 6 ต.ค.นี้   คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิล ร่วมกับ 'กลุ่มพลังเล็กๆ' และ กลุ่มนักศิลปะสร้างสรรค์ 'Rhythm Thinker' ที่เกิดจากการรวมตัวกันของอาสาสมัครมาร่วมกันสร้างสรรค์กิจกรรมการกุศล ร่วมกันจัด คอนเสิร์ต เธียเตอร์ การกุศล Dreams & Musical the Charit…
11:34 FSS ออก Put DW อ้างอิง SET50 Index จ่อเทรดพรุ่งนี้   สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า บล.ฟินันเซีย ไซรัส …

ดาวโจนส์พุ่งกว่า 100 จุด เก็งสหรัฐ-จีนบรรลุดีลการค้า,ไม่มีชัตดาวน์รอบ 2

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 22:23:30 น.
ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 100 จุดในวันนี้ จากการคาดการณ์ที่ว่าสหรัฐและจีนจะสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้า
ณ เวลา 22.07 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 25,564.64 จุด เพิ่มขึ้น 138.88 จุด หรือ 0.55%

นายโรเบิร์ต ไลท์ไทเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ และนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ จะเป็นผู้นำคณะเจรจาการค้ากับจีนในวันที่ 14-15 ก.พ. ขณะที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มีกำหนดพบปะกับคณะเจรจาการค้าของสหรัฐในวันศุกร์นี้

นอกจากนี้ จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงอาหารให้แก่คณะผู้แทนสหรัฐที่ภัตตาคารจีนในกรุงปักกิ่ง ซึ่งคาดว่านายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน จะเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงดังกล่าว

ทั้งนี้ การที่ปธน.สี จิ้นผิง เตรียมให้การต้อนรับคณะผู้แทนการค้าสหรัฐ และการที่จีนมีกำหนดจัดงานเลี้ยงดังกล่าว ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นถึงความปรารถนาดีของทั้งจีนและสหรัฐในความพยายามที่จะบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างทั้งสองฝ่าย

นักวิเคราะห์ระบุว่า การที่ปธน.สี จิ้นผิงเตรียมพบกับคณะผู้แทนการค้าสหรัฐ เป็นการบ่งชี้ให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าในบางส่วนแล้ว

ขณะเดียวกัน ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวว่า เขาจะพิจารณาเลื่อนกำหนดเส้นตายในการบรรลุข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนจากเดิมในวันที่ 1 มี.ค.ออกไป หากคณะเจรจาของสหรัฐและจีนสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าในไม่ช้า

ก่อนหน้านี้ ปธน.ทรัมป์กำหนดเส้นตายสำหรับการบรรลุข้อตกลงทางการค้าในวันที่ 1 มี.ค. ซึ่งหากทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงก่อนวันดังกล่าว ปธน.ทรัมป์ก็จะเดินหน้าเพิ่มการเรียกเก็บภาษีนำเข้าต่อสินค้าจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 25% จากเดิม 10% ในขณะนี้

นอกจากนี้ นักลงทุนยังคลายความกังวลเกี่ยวกับการปิดหน่วยงานรัฐบาล (ชัตดาวน์) ของสหรัฐ

แหล่งข่าวในสภาคองเกรสเปิดเผยว่า ตัวแทนการเจรจาจากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันสามารถบรรลุข้อตกลงชั่วคราวในการหลีกเลี่ยงภาวะชัตดาวน์ โดยที่ประชุมเห็นพ้องกันในการสร้างรั้ววงเงิน 1.4 พันล้านดอลลาร์ ความยาวมากกว่า 55 ไมล์ แต่ไม่ใช่กำแพงคอนกรีตที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ต้องการ

ทางด้านปธน.ทรัมป์กล่าวว่า เขาไม่ได้รู้สึกมีความสุขต่อการที่สมาชิกพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันสามารถบรรลุข้อตกลงชั่วคราวในการหลีกเลี่ยงภาวะชัตดาวน์ ก่อนถึงเส้นตายวันที่ 15 ก.พ.

"ผมไม่สามารถพูดว่าผมมีความสุข ผมไม่สามารถพูดว่าผมรู้สึกปลื้ม" ปธน.ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าว
อย่างไรก็ดี ปธน.ทรัมป์ไม่ได้กล่าวว่าเขาจะลงนาม หรือจะวีโต้ข้อตกลงดังกล่าว โดยระบุแต่เพียงว่า เขาจะจัดการประชุมเพื่อหารือถึงเรื่องนี้ในเวลาต่อไป
ปธน.ทรัมป์กล่าวต่อไปว่า เขาไม่เชื่อว่าจะเกิดภาวะชัตดาวน์อีกครั้งหนึ่ง
"เราไม่ต้องการเห็นการชัตดาวน์อีกครั้งหนึ่ง" ปธน.ทรัมป์กล่าว และเสริมว่า เขาจะดูรายละเอียดของข้อตกลงดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ ปธน.ทรัมป์เรียกร้องให้มีการสร้างกำแพงความยาว 215 ไมล์ วงเงิน 5.7 พันล้านดอลลาร์กั้นชายแดนเม็กซิโก ซึ่งส่งผลให้เกิดความขัดแย้งระหว่างพรรคเดโมแครต และรีพับลิกันในสภาคองเกรส จนนำไปสู่ภาวะชัตดาวน์ 35 วัน ซึ่งเป็นสถิติยาวนานเป็นประวัติการณ์ของสหรัฐ

ทางด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทรงตัวเป็นเดือนที่ 3 ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.1%

ดัชนี CPI ได้รับผลกระทบจากการดิ่งลงของราคาน้ำมัน ขณะที่ราคาอาหารปรับตัวขึ้น

เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI เพิ่มขึ้น 1.6% ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2560 หลังจากดีดตัวขึ้น 1.9% ในเดือนธ.ค.

หากไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ดัชนี CPI พื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน และสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยดัชนี CPI พื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.2% ติดต่อกัน 5 เดือน

เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พื้นฐานปรับตัวขึ้น 2.2% หลังจากเพิ่มขึ้น 2.2% เช่นกันในเดือนพ.ย.และธ.ค.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง