ข่าวอินโฟเควสท์
08:35 ตลท.รับหลักทรัพย์ 7UP-W4 เข้าซื้อขายใน SET วันที่ 21 ส.ค.62   ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) รับหลักทรัพย์ประเภท ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อห…
08:28 ปฏิทินหุ้น ประจำวันที่ 20 ส.ค. 2562   ปฏิทินหลักทรัพย์รวบรวมจากข่าวที่บริษัทจดทะเบียนแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ จนถึงวันที่ 19 สิงหาคม 2562 กรกฎาคม 25…
08:21 ข้อมูลแบบรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของผู้บริหาร 19 ส.ค. 2562   ข้อมูลแบบรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าขอ…
08:15 ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT: สัญญาธัญพืชปิดลบ เหตุสภาพอากาศเอื้อเพาะปลูก   ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT เมื่อคืนนี้ (19 ส.ค.) สัญญาธัญพืชปรับตัว…
08:15 "มอร์แกน สแตนลีย์" คาด GDP ฮ่องกงปี 62 หดตัว 0.3% จากผลกระทบการประท้วง   มอร์แกน สแตนลีย์ คาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของฮ่องก…

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 103.88 จุด หลังยอดค้าปลีกสหรัฐร่วงหนักสุดในรอบ 9 ปี

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 06:56:31 น.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (14 ก.พ.) หลังจากทางการสหรัฐรายงานว่ายอดค้าปลีกเดือนธ.ค.ร่วงลงหนักสุดในรอบ 9 ปี ซึ่งข้อมูลดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้นในกลุ่มค้าปลีกและกลุ่มสินค้าผู้บริโภคดิ่งลง และยังสกัดปัจจัยบวกจากรายงานความคืบหน้าของการเจรจาการค้ารอบใหม่ระหว่างสหรัฐและจีนด้วยเช่นกัน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,439.39 จุด ลดลง 103.88 จุด หรือ -0.41% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,745.73 จุด ลดลง 7.30 จุด หรือ -0.27% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,426.95 จุด เพิ่มขึ้น 6.57 จุด หรือ +0.09%

ดัชนีดาวโจนส์ปิดในแดนลบเป็นวันแรกในรอบ 3 วันทำการเมื่อคืนนี้ หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกดิ่งลง 1.2% ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2552 นอกจากนี้ ยอดค้าปลีกเดือนธ.ค.ยังสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% โดยได้รับผลกระทบจากการปรับตัวลงของยอดขายในสินค้าทุกหมวด

การร่วงลงอย่างหนักของยอดค้าปลีกสหรัฐส่งผลให้ราคาหุ้นในกลุ่มค้าปลีกร่วงลงด้วย โดยหุ้นเซียร์ส โฮลดิ้งส์ ทรุดตัวลง 15.3% หุ้นนอร์ดสตรอม ร่วงลง 1.6% หุ้นอเมริกัน อีเกิล เอาท์ฟิทเทอร์ส ดิ่งลง 2.2% หุ้นเมซีส์ อิงค์ ลดลง 0.4% หุ้นทาร์เก็ต ลดลง 0.5%  หุ้นโคห์ล คอร์ป ลดลง 0.7% หุ้นโฮม ดีโปท์ ลดลง 0.4% หุ้นดอลลาร์ ทรี อิงค์ ซึ่งเป็นห้างค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐที่จำหน่ายสินค้าทุกชนิดในราคาเพียง 1 ดอลลาร์นั้น ปรับตัวลงราว 0.1%

ผลกระทบของยอดค้าปลีกที่ย่ำแย่ของสหรัฐยังได้ฉุดหุ้นกลุ่มสินค้าผู้บริโภคปรับตัวลงด้วย โดยหุ้นเป๊ปซี่โค ร่วงลง 1.3% หุ้นพร็อคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (P&G) ปรับตัวลง 0.8% หุ้นจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ปรับตัวลง 0.6% ขณะที่หุ้นโคคา โคลา ร่วงลง 8.4% เช่นกัน แม้บริษัทเปิดเผยรายได้ในไตรมาส 4/2561 อยู่ที่ระดับ 7.06 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 7.04 พันล้านดอลลาร์

หุ้นอเมซอน ร่วงลง 1.1% หลังจากอเมซอนประกาศยกเลิกโครงการสร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ที่นิวยอร์กซิตี้ เนื่องจากประชาชนในนิวยอร์กได้ออกมาคัดค้านโครงการก่อสร้างดังกล่าวของอเมซอน นอกจากนี้ ผู้นำในท้องถิ่นได้แสดงความไม่พอใจ หลังพบว่า เจ้าหน้าที่ของนิวยอร์กซิตี้ และรัฐนิวยอร์กได้ยื่นข้อเสนอต่างๆคิดเป็นเงินถึง 3 พันล้านดอลลาร์ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้อเมซอนตั้งสำนักงานใหญ่ที่นิวยอร์ก

นักลงทุนยังคงติดตามการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอย่างใกล้ชิด โดยนายโรเบิร์ต ไลท์ไทเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ และนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ได้เข้าร่วมเจรจานายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน ที่กรุงปักกิ่งเมื่อวานนี้และจะมีการสรุปผลการเจรจาในวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มีกำหนดพบปะกับคณะเจรจาการค้าของสหรัฐในวันนี้ และจีนจะเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงให้แก่คณะผู้แทนสหรัฐที่ภัตตาคารจีนในกรุงปักกิ่งด้วย

สื่อต่างประเทศรายงานว่า ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์อาจเลื่อนกำหนดเส้นตายในการบรรลุข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนออกไปอีก 60 วัน จากเดิมในวันที่ 1 มี.ค หากมีสัญญาณว่าเจ้าหน้าที่สหรัฐและจีนใกล้จะบรรลุข้อตกลงการค้า

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาสถานการณ์ชัตดาวน์ในสหรัฐ โดยรายงานล่าสุดระบุว่า ปธน.ทรัมป์มีแผนที่จะลงนามในร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะชัตดาวน์รอบที่สอง แต่ขณะเดียวกัน ทรัมป์ก็จะใช้อำนาจประธานาธิบดีประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อออกกฎหมายอนุมัติงบประมาณสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโก โดยไม่ต้องผ่านการรับรองจากสภาคองเกรส

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ลดลง 0.1% ในเดือนม.ค.เมื่อเทียบรายเดือน ขณะที่จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 4,000 ราย สู่ระดับ 239,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่มีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ ได้แก่ ราคานำเข้าและส่งออกเดือนม.ค., ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนก.พ.จากเฟดนิวยอร์ก, การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนม.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง