ดาวโจนส์พลิกร่วงแดนลบ ผิดหวังตัวเลขการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างร่วง

ข่าวหุ้น-การเงิน 4 มีนาคม พ.ศ. 2562 23:05 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์พลิกร่วงลงสู่แดนลบ หลังมีรายงานว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างของสหรัฐร่วงลงในเดือนธ.ค. สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดการณ์เพิ่มขึ้น ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 100 จุด ขานรับความหวังที่ว่า สหรัฐและจีนใกล้บรรลุข้อตกลงทางการค้า ณ เวลา 22.59 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 26,001.94 จุด ลบ 24.38 จุด หรือ 0.09% กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างร่วงลง 0.6% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนพ.ย. นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างจะเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนธ.ค. การร่วงลงของการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ดีดตัวขึ้น, วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างที่มีราคาแพง รวมทั้งการขาดแคลนที่ดิน และแรงงาน นายฮิคคีย์ยังระบุว่า เดือนมี.ค.- เม.ย.มักเป็นช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นปรับตัวแข็งแกร่งที่สุดของปี

เมื่อพิจารณาทั้งปี 2561 การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างของสหรัฐเพิ่มขึ้น 4.1% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2554

นายเควิน แฮสเซตต์ ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าของสหรัฐ (USTR) ประสบความคืบหน้าในการเจรจาการค้ากับจีน โดยสหรัฐและจีนอาจบรรลุข้อตกลงทางการค้า

"ผมคิดว่าคุณไลท์ไฮเซอร์ประสบความคืบหน้าอย่างมาก และเราอาจบรรลุข้อตกลงในการเจรจาที่จีน" นายแฮสเซตต์กล่าว

หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า สหรัฐอาจยกเลิกมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าต่อสินค้าเกือบทุกรายการที่ได้บังคับใช้กับจีนตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยคาดว่าผู้นำของทั้งสองประเทศอาจจะบรรลุข้อตกลงการค้าอย่างสมบูรณ์ในการประชุมวันที่ 27 มี.ค.นี้

วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า สหรัฐและจีน "อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการทำข้อตกลงการค้า" โดยจีนเสนอที่จะปรับลดภาษีนำเข้า และผ่อนคลายกฎระเบียบด้านการนำเข้าสินค้าเกษตร เคมีภัณฑ์ รถยนต์ และสินค้าอื่นๆจากสหรัฐ

นายพอล ฮิคคีย์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท บีสโปค กล่าวว่า สถิติที่ผ่านมาบ่งชี้ว่าตลาดหุ้นมักปรับตัวขึ้นในเดือนมี.ค. โดยดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 2.39% ในเดือนมี.ค.ระหว่างปี 2552-2561

"ตลาดหุ้นมีแนวโน้มทรงตัวในช่วงต้นเดือน ก่อนที่จะพุ่งขึ้นในช่วงกลางเดือน" นายฮิคคีย์กล่าว

"ถ้าดัชนี S&P 500 ทะยานขึ้นมากกว่า 10% ในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. ดัชนีก็ดีดตัวขึ้นในเดือนมี.ค.เป็นจำนวน 5 ใน 6 ครั้งที่เกิดปรากฎการณ์ดังกล่าว" เขากล่าว

ทั้งนี้ ดัชนี S&P 500 พุ่งขึ้นเกือบ 12% นับตั้งแต่ต้นปีนี้ และทะยานขึ้นมากกว่า 19% นับตั้งแต่เดือนธ.ค.ปีที่แล้ว


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ