ข่าวอินโฟเควสท์
16:16 Asia Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียประจำวันที่ 21 กันยายน 2562   ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดตลาดวันนี้ร่วงลง เนื่องจา…
16:14 สื่อเผย"หัวเว่ย" มีสนง.ในอิหร่าน เข้าทางสหรัฐกรณีกล่าวหาละเมิดมาตรการคว่ำบาตร   สื่อต่างประเทศได้เปิดเผยเอกสารของศาลที่ว่า ประธานเจ้าหน้าที่ด้า…
16:13 (เพิ่มเติม) ศาลปกครอง ยกคำร้องกลุ่มซีพีขอความเป็นธรรมยื่นข้อเสนออู่ตะเภาเกินเวลา   พล.ร.อ.โสภณ วัฒนมงคล รองผู้บัญชาการทหารเรือ ได้รับมอบหมายจาก…
16:07 "สนธิรัตน์"เปิดรับฟังความเห็นต่างจากแกนนำคปพ. พร้อมยื่นข้อเรียกร้องเร่งปรับโครงสร้างพลังงาน   นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ก…
16:05 BOI เผยผลสำรวจความเชื่อมั่นนลท.ต่างชาติยังมั่นใจศักยภาพประเทศไทยและพร้อมเดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง   น.ส.บงกช อนุโรจน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสร…

ดาวโจนส์ลบ กังวลเจรจาการค้าสหรัฐ-จีนไม่คืบ ขณะจับตา Brexit

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม 2562 20:58:37 น.
ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลงในวันนี้ โดยถูกกดดันจากการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ยังคงไม่มีความคืบหน้า

นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงติดตามประเด็นการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยในวันนี้ รัฐสภาอังกฤษจะลงมติว่าจะเรียกร้องให้สหภาพยุโรป (EU) ขยายกำหนดเวลาการแยกตัวออกไปจากเดิมในวันที่ 29 มี.ค.หรือไม่

ณ เวลา 20.46 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 25,700.07 จุด ลบ 2.82 จุด หรือ 0.01%

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า จีนและสหรัฐเตรียมเลื่อนการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงออกไปเป็นเดือนหน้า จากเดิมที่มีการคาดการณ์ว่าการประชุมดังกล่าวอาจมีขึ้นในเดือนนี้

บลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า คณะทำงานของปธน.สี จิ้นผิง ได้ยกเลิกการจัดเตรียมแผนการเดินทางของผู้นำจีนไปยังสหรัฐแล้ว หลังจากที่ปธน.สี จิ้นผิงมีกำหนดเดินทางไปยังยุโรปในเดือนนี้

ก่อนหน้านี้ มีการคาดการณ์กันว่า ปธน.ทรัมป์และปธน.สี จิ้นผิงจะจัดการประชุมสุดยอดที่รีสอร์ท Mar-a-Lago ของปธน.ทรัมป์ในฟลอริดาเดือนนี้ แต่ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดวันประชุมดังกล่าวแต่อย่างใด

ทางด้านปธน.ทรัมป์กล่าวว่า เขาไม่รีบร้อนที่จะทำข้อตกลงการค้ากับจีน
"ผมยังไม่รีบร้อน ผมต้องการให้ข้อตกลงเป็นไปอย่างเหมาะสม ผมไม่รีบร้อนไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม" ปธน.ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าว

นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวว่า ปธน.สี จิ้นผิง ทราบดีว่าผู้นำสหรัฐพร้อมที่จะเดินออกจากที่ประชุมได้ทันที หากรู้ว่าไม่มีทางที่จะบรรลุข้อตกลง เหมือนที่ปธน.ทรัมป์ทำมาแล้วในการประชุมสุดยอดกับผู้นำเกาหลีเหนือที่เวียดนามเมื่อเดือนที่แล้ว

นักลงทุนจับตารัฐสภาอังกฤษ ซึ่งจะลงมติในวันนี้ว่าจะเรียกร้องให้ EU ขยายกำหนดเวลาการแยกตัวของอังกฤษออกไปจากเดิมในวันที่ 29 มี.ค.หรือไม่ และจะขยายเวลาออกไปนานเพียงใด

ทั้งนี้ รัฐสภาอังกฤษจะลงมติในวันนี้ว่าจะเรียกร้องให้ EU ขยายกำหนดเวลาการแยกตัวของอังกฤษหรือไม่ หลังจากที่สภาได้คว่ำข้อตกลง Brexit ในวันอังคาร ขณะที่มีมติเมื่อวานนี้ ไม่เห็นชอบต่อการที่อังกฤษแยกตัวจาก EU โดยไร้ข้อตกลง

อย่างไรก็ดี ประเด็นการขยายเวลาเส้นตาย Brexit จากวันที่ 29 มี.ค.ว่าจะยาวนานเพียงใดนั้น ยังคงไม่มีความชัดเจน แม้ว่านางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เสนอให้มีการขยายเวลาออกไป 3 เดือน หรือจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. เนื่องจากสิ่งนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบต่อข้อตกลง Brexit ที่นางเมย์จะยื่นเข้าสู่สภาเป็นครั้งที่ 3 ในวันที่ 20 มี.ค.

หากรัฐสภายังคงมีมติคว่ำข้อตกลง Brexit ในวันที่ 20 มี.ค. รัฐบาลอังกฤษก็จะต้องขอการอนุมัติจาก EU เพื่อให้มีการขยายเวลาเส้นตาย Brexit ที่ยาวนานขึ้น

ทั้งนี้ EU จะจัดการประชุมสุดยอดในวันที่ 21-22 มี.ค. ซึ่งสมาชิกทั้ง 27 ชาติของ EU จะต้องให้ความเห็นชอบต่อการขยายกำหนดเส้นตาย Brexit ของอังกฤษ

หากในวันนี้ รัฐสภามีมติเรียกร้องให้ EU ขยายกำหนดเส้นตาย Brexit ก็จะทำให้ต้องมีการขยายเวลาของการบังคับใช้มาตรา 50 ซึ่งเป็นบทบัญญัติควบคุมกระบวนการเปลี่ยนผ่านเป็นเวลา 2 ปี ก่อนที่อังกฤษจะแยกตัวอย่างสิ้นเชิงต่อ EU

การขยายเส้นตาย Brexit หรือการขยายเวลาการบังคับใช้มาตรา 50 อาจส่งผลกระทบทางการเมืองหลายประการต่ออังกฤษ เช่น อาจมีการจัดการลงประชามติ Brexit ครั้งใหม่ หรืออาจมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ ซึ่งอาจส่งผลให้อังกฤษไม่มีการแยกตัวจาก EU ในที่สุด

ส่วนการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในวันนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 6,000 ราย สู่ระดับ 229,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว โดยสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 225,000 ราย

กระทรวงแรงงานสหรัฐยังเปิดเผยในวันนี้ว่า ดัชนีราคานำเข้าพุ่งขึ้นในเดือนก.พ. โดยปรับตัวขึ้น 0.6% เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.ปีที่แล้ว หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนม.ค.

ดัชนีราคานำเข้าได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของราคาน้ำมัน และสินค้าเพื่อผู้บริโภค
นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าดัชนีราคานำเข้าจะเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนก.พ.
อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบรายปี ดัชนีราคานำเข้าลดลง 1.3% ในเดือนก.พ. โดยเป็นการปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง