ข่าวอินโฟเควสท์
23:26 เอ็กซิทโพลล์เผยพรรครัฐบาลคว้าชัยเลือกตั้งอินเดีย เล็งหารือพันธมิตรพรุ่งนี้   เอ็กซิทโพลล์ บ่งชี้ว่า พรรคภารติยะ ชันนะตะ (BJP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบา…
23:16 จีนโชว์ผลตรวจสอบสินค้า "หัวเว่ย" ในยุโรป เผยไม่พบช่องโหว่อย่างที่สหรัฐโจมตี   นายลู่ กัง โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน เปิดเผยว่า ผลการตรวจสอบสินค้า…
22:58 กระทรวงต่างประเทศจีนเผยสหรัฐคือสาเหตุเจรจาคว้าน้ำเหลว ชี้เป็นฝ่ายไม่มีเหตุผล   นายลู่ กัง โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน เปิดเผยว่า สหรัฐเป็นฝ่ายเรีย…
22:40 ประธาน FCC ออกตัวสนับสนุนแผนควบกิจการ "สปรินท์-ทีโมบาย" ลุ้นไฟเขียว   นายอาจิด ไพ ประธานคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐ (FCC) ได้แ…
22:21 "ฟอร์ด มอเตอร์" ประกาศปรับลดพนักงาน 10% ทั่วโลก ตามแผนปรับโครงสร้าง   บริษัทฟอร์ด มอเตอร์ ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ประกาศแผนปรับลดพนักงานลงป…

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดบวก 65.23 จุด รับแรงซื้อหุ้นแบงก์,เทคโนโลยี

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 19 มีนาคม 2562 06:47:45 น.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (18 มี.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ อย่างไรก็ตาม ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นในกรอบจำกัด เนื่องจากการร่วงลงของหุ้นโบอิ้งและหุ้นเฟซบุ๊กเป็นปัจจัยฉุดตลาด ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,914.10 จุด เพิ่มขึ้น 65.23 จุด หรือ +0.25% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,832.94 จุด เพิ่มขึ้น 10.46 จุด หรือ +0.37% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,714.48 จุด เพิ่มขึ้น 25.95 จุด หรือ +0.34%

หุ้นกลุ่มธนาคารนำตลาดปรับตัวขึ้น โดยหุ้นโกลด์แมน แซคส์ พุ่งขึ้น 2.12% หุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ดีดขึ้น 0.5% หุ้นซิตี้กรุ๊ป เพิ่มขึ้น 1.2% หุ้นมอร์แกน สแตนลีย์ พุ่งขึ้น 1.6% หุ้นเวลส์ ฟาร์โก พุ่งขึ้น 2.1% หุ้นเจพีมอร์แกน เชส เพิ่มขึ้น 1.6%

สำหรับปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาหุ้นโกลด์แมน แซคส์ และหุ้นซิตี้กรุ๊ปนั้น มาจากรายงานที่ว่า ธนาคารทั้ง 2 แห่งมีส่วนสนับสนุนการเจรจาควบรวมกิจการระหว่างดอยซ์แบงก์และคอมเมิร์ซแบงก์ ซึ่งเป็น 2 ธนาคารรายใหญ่ของเยอรมนี

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยหุ้นแอปเปิล ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักทรัพย์จำนวน 30 หลักทรัพย์ที่ใช้คำนวณดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดปรับตัวขึ้น 1.02% หลังจากแอปเปิลประกาศเปิดตัว iPad Air ขนาด 10.5 นิ้วเมื่อวานนี้ พร้อมกับอัพเดท iPad Mini ขนาด 7.9 นิ้ว ก่อนงานอีเวนท์ที่มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 25 มี.ค. ที่เมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งคาดว่าแอปเปิลจะเปิดตัวบริการโทรทัศน์และวิดีโอ เพื่อแข่งกับคู่แข่งอย่างเน็ตฟลิกซ์ และอเมซอน

ส่วนหุ้นตัวอื่นๆในกลุ่มเทคโนโลยีนั้น หุ้นอเมซอนดอทคอม พุ่งขึ้น 1.74% หุ้นเน็ตฟลิกซ์ เพิ่มขึ้น 0.55% หุ้นไมโครซอฟท์ พุ่งขึ้น 1.43% หุ้นซิสโก ซิสเต็มส์ เพิ่มขึ้น 0.6% และหุ้นไมครอน เทคโนโลยีส์ เพิ่มขึ้น 0.2%

หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นหลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 1% เมื่อคืนนี้ ขานรับกลุ่มโอเปกส่งสัญญาณขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิต โดยหุ้นเอ็กซอน โมบิล พุ่งขึ้น 1.2% หุ้นเชฟรอน เพิ่มขึ้น 0.4% หุ้นอ็อคซิเดนเชียล ปิโตรเลียม พุ่งขึ้น 2.4% หุ้นเดวอน เอนเนอร์จี พุ่งขึ้น 2.9% และหุ้นฮัลลิเบอร์ตัน ทะยานขึ้น 3.2%

หุ้นกลุ่มสินค้าผู้บริโภคปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยหุ้นเป๊ปซี่โค พุ่งขึ้น 1.4% หุ้นโคคา โคลา เพิ่มขึ้น 0.24% หุ้นไทสัน ฟู้ดส์ ปรับตัวขึ้น 0.2%

อย่างไรก็ตาม หุ้นโบอิ้งร่วงลง 1.5% หลังจากมีข่าวว่า กระทรวงการขนส่งของสหรัฐได้ดำเนินการสืบสวนกรณีที่สำนักงานการบินพลเรือนสหรัฐ (FAA) อนุมัติการใช้เครื่องบินโบอิ้ง 737 MAX

ขณะที่หุ้นเฟซบุ๊กดิ่งลง 3.3% หลังจากนักวิเคราะห์ของบริษัทนีดแฮมปรับลดน้ำหนักความน่าลงทุนของหุ้นเฟซบุ๊กลงสู่ระดับ "hold" จากระดับ "buy" โดยระบุว่า เฟซบุ๊กมีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะถูกตรวจสอบเกี่ยวกับผลกระทบด้านลบของเน็ตเวิร์ค

นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 19-20 มี.ค. เพื่อหาสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ขณะที่ CME Group ระบุว่า จากการใช้เครื่องมือ FedWatch วิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐ พบว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาส 0% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนม.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีการผลิตเดือนมี.ค.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือนมี.ค.จากมาร์กิต, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นต้นเดือนมี.ค.จากมาร์กิต, ยอดขายบ้านมือสองเดือนก.พ. และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนม.ค.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง