ข่าวอินโฟเควสท์
19:00 ศาลอิรักตัดสินประหารชีวิต 4 สมาชิกกลุ่ม IS ฐานก่อการร้าย   สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ศาลอาญาเขตการ์คของอิรัก ได้ตัดสินประหารชีวิต 4 สมาชิกกลุ่มร…
17:44 มาซิโดเนียเปิดฉากเลือกตั้งวันนี้ คาดอาจต้องจัดเลือกตั้งอีกครั้งเดือนหน้า   มาซิโดเนียได้เปิดฉากการเลือกตั้งประธานาธิบดีแล้วในวันนี้ โดยประชาชนร…
16:51 ศรีลังกาประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ ขณะยอดผู้เสียชีวิตแตะ 185 ราย   สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า รัฐบาลศรีลังกาได้ประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ ตั้งแต่เวลา…
16:22 เกิดเหตุระเบิดรอบใหม่ที่ศรีลังกา ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย   สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดรอบใหม่ที่กรุงโคลัมโบ เมืองหลวงของประเ…
15:13 นายกฯญี่ปุ่นส่งเครื่องสักการะบูชาศาลเจ้ายาสุคุนิ แต่ไม่มีแผนเยือนพื้นที่   สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้ส่งเ…

ดาวโจนส์พุ่งกว่า 100 จุด เก็งเฟดส่งสัญญาณชะลอขึ้นดอกเบี้ยปีนี้

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 19 มีนาคม 2562 21:04:41 น.

ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 100 จุดในวันนี้ จากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้

ณ เวลา 20.55 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 26,017.52 จุด บวก 103.42 จุด หรือ 0.40%
นักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้
อย่างไรก็ดี นักลงทุนรอการส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้จากการประชุมกำหนดนโยบายการเงินครั้งนี้

CME Group ระบุว่า จากการใช้เครื่องมือ FedWatch วิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐ พบว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาส 0% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์นี้

ทั้งนี้ เฟดจะประชุมกำหนดนโยบายการเงินในวันที่ 19-20 มี.ค. ซึ่งตลาดการเงินคาดการณ์กันว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ หลังจากที่มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนม.ค. และได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในการประชุมปีที่แล้ว

นักวิเคราะห์คาดว่าเฟดจะส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปีนี้ หรืออาจจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเลย จากเดิมที่ส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้ง

ผลการสำรวจของ CNBC Fed Survey ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะชะลอตัวลงอย่างมากในปีนี้และปีหน้า โดยได้รับผลกระทบจากการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอ และความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้า

ทั้งนี้ ผลสำรวจบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะมีการขยายตัวเพียง 2.3% ในปีนี้ ลดลงจากระดับ 2.44% ที่คาดการณ์ไว้ในเดือนม.ค. หลังจากขยายตัว 3.1% ในไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว

นอกจากนี้ ผลสำรวจคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเติบโตต่ำกว่า 2% ในปีหน้า
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจคาดการณ์ว่า การเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะบรรลุข้อตกลงในปีนี้

ผู้ถูกสำรวจจำนวน 60% คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปีนี้ ขณะที่ 14% คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้ง

ผู้ถูกสำรวจยังคาดการณ์ว่า ดัชนี S&P 500 จะดีดตัวสู่ระดับ 2,861 จุดในปีนี้ และ 2,925 จุดในปีหน้า ขณะที่คาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะ 10 ปีจะไม่ปรับตัวสูงกว่าระดับ 3% ในปีนี้

ผลสำรวจดังกล่าวสวนทางกับที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วงทศวรรษหน้า โดยได้แรงหนุนจากมาตรการปรับลดอัตราภาษี, การผ่อนคลายกฎระเบียบ และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

ทั้งนี้ รายงานประจำปีของสภาที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจของปธน.ทรัมป์ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะมีการขยายตัว 3.2% ในปีนี้ และเติบโต 2.8% ในช่วง 1 ทศวรรษข้างหน้า

ตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ระยะยาวของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ระดับ 1.9%

นายเควิน แฮสเซทท์ ประธานสภาที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจ กล่าวว่า ความเสี่ยงใหญ่ที่สุดต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ คือ การที่ตลาดการเงินคาดการณ์ว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของปธน.ทรัมป์จะถูกยกเลิก หากปธน.ทรัมป์พ่ายแพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปีหน้า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง