ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดลบ นลท.วิตกเศรษฐกิจยุโรป,จับตาสถานการณ์ Brexit

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday March 28, 2019 06:55 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดลบ นลท.วิตกเศรษฐกิจยุโรป,จับตาสถานการณ์ Brexit

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเมื่อคืนนี้ (27 มี.ค.) หลังจากการซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวน เนื่องจากนักลงทุนมีความวิตกเกี่ยวกับเศรษฐกิจยูโรโซน หลังจากนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ยืนยันที่จะเข้าแทรกแซง หากภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ลง นอกจากนี้ นักลงทุนยังกังวลกับความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการที่อังกฤษจะถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ด้วย

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,301.24 จุด ลดลง 6.13 จุด หรือ -0.12% และ ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 11,419.04 จุด ลดลง 0.44 จุด หรือ -0.00% ขณะที่ ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,194.19 จุด ลดลง 2.10 จุด หรือ -0.03%

ส่วนดัชนี Stoxx Europe บวก 0.02% ปิดที่ 377.28 จุด

ตลาดส่วนใหญ่ปรับตัวลง หลังจากนายดรากีเปิดเผยว่า ECB พร้อมที่จะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไปอีก หากพิจารณาเห็นว่าจำเป็น โดยอาจมองหามาตรการที่จะช่วยบรรเทาผลกระทบข้างเคียงของอัตราดอกเบี้ยติดลบ

ถ้อยแถลงของนายดรากีในการประชุมที่แฟรงก์เฟิร์ตเมื่อวานนี้ มีขึ้นหลังจากที่เมื่อต้นเดือนนี้ ECB ได้ประกาศปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจยูโรโซนในปีนี้สู่ระดับ 1.1% จากเดิมที่คาดการณ์ในเดือนธ.ค.ปีที่แล้วว่า เศรษฐกิจจะขยายตัว 1.7%

บรรดานักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ Brexit โดยเมื่อวานนี้ รัฐสภาอังกฤษได้ลงมติไม่อนุมัติทางเลือกอื่นๆ ทั้งหมดเกี่ยวกับ Brexit ซึ่งรวมถึงทางเลือกที่จะถอนตัวแบบไร้ข้อตกลง (No Deal Brexit) แม้นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้เสนอว่าจะลาออกจากตำแหน่ง หากรัฐสภาอังกฤษสนับสนุนแผน Brexit ของเธอก็ตาม

ทั้งนี้ สมาชิกรัฐสภาอังกฤษได้ลงมติด้วยคะแนนเสียง 441 ต่อ 105 เสียง ให้เปลี่ยนช่วงเวลา Brexit เป็นวันที่ 12 เม.ย. หรือ 22 พ.ค.ปีนี้ โดยให้มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย และให้ยกเลิกกำหนดการ Brexit เดิมที่เคยระบุไว้ว่าเป็นวันที่ 29 มี.ค.นี้

สมาชิกรัฐสภาอังกฤษได้ทำการอภิปรายทางเลือกทั้งหมด 8 ทางเลือกเมื่อคืนนี้ตามเวลาท้องถิ่น จนในที่สุดรัฐสภาได้ลงมติปฏิเสธทุกทางเลือก ซึ่งรวมถึงการออกจากสภาพยุโรป (EU) แบบไร้ข้อตกลง, การยังคงอยู่ในสหภาพศุลกากรของ EU และเงื่อนไขตลาดเดี่ยว

หุ้นเรโนลต์ บวก 2.83% และ หุ้นเฟียต ไครสเลอร์ ออโตโมบิลส์ เพิ่มขึ้น 2.61% หลังจากหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทม์ส รายงานว่า เรโนลต์จะเริ่มการเจรจาควบกิจการอีกครั้งกับบริษัทนิสสันของญี่ปุ่นในช่วง 12 เดือนข้างหน้า และจะซื้อกิจการบริษัทอื่นอีกซึ่งอาจรวมถึงเฟียต ไครสเลอร์

หุ้นคอมเมิร์ซแบงก์ พุ่ง 4.97% หลังธนาคารประกาศคาดการณ์ผลกำไรปีนี้เพิ่มขึ้น

หุ้นไวร์การ์ด เอจี บริษัทเทคโนโลยีการชำระเงินของเยอรมนี ลบ 0.52% แม้ผลการสอบสวนภายนอกระบุว่า ไม่มีหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่นของบริษัทก็ตาม


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ที่ดีขึ้นและตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ

รับทราบและยอมรับ