ข่าวอินโฟเควสท์
23:26 เอ็กซิทโพลล์เผยพรรครัฐบาลคว้าชัยเลือกตั้งอินเดีย เล็งหารือพันธมิตรพรุ่งนี้   เอ็กซิทโพลล์ บ่งชี้ว่า พรรคภารติยะ ชันนะตะ (BJP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบา…
23:16 จีนโชว์ผลตรวจสอบสินค้า "หัวเว่ย" ในยุโรป เผยไม่พบช่องโหว่อย่างที่สหรัฐโจมตี   นายลู่ กัง โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน เปิดเผยว่า ผลการตรวจสอบสินค้า…
22:58 กระทรวงต่างประเทศจีนเผยสหรัฐคือสาเหตุเจรจาคว้าน้ำเหลว ชี้เป็นฝ่ายไม่มีเหตุผล   นายลู่ กัง โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน เปิดเผยว่า สหรัฐเป็นฝ่ายเรีย…
22:40 ประธาน FCC ออกตัวสนับสนุนแผนควบกิจการ "สปรินท์-ทีโมบาย" ลุ้นไฟเขียว   นายอาจิด ไพ ประธานคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐ (FCC) ได้แ…
22:21 "ฟอร์ด มอเตอร์" ประกาศปรับลดพนักงาน 10% ทั่วโลก ตามแผนปรับโครงสร้าง   บริษัทฟอร์ด มอเตอร์ ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ประกาศแผนปรับลดพนักงานลงป…

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดบวก 67.89 จุด รับผลประกอบการสดใส,ราคาน้ำมันพุ่งหนุนหุ้นพลังงาน

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 17 เมษายน 2562 06:36:05 น.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (16 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งรวมถึงจอห์นสัน แอนด์ จอห์สัน ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมัน WTI  นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาดเช่นกัน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,452.66 จุด เพิ่มขึ้น 67.89 จุด หรือ +0.26% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,907.06 จุด เพิ่มขึ้น 1.48 จุด หรือ +0.05% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,000.23 จุด เพิ่มขึ้น 24.21 จุด หรือ +0.30%

ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับปัจจัยบวกจากผลประกอบการที่สดใสของบริษัทจดทะเบียน โดยจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมยา การดูแลสุขภาพ และสินค้าอุปโภคบริโภค รายงานว่า ไรในไตรมาสแรกปีนี้อยู่ที่ 2.10 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.04 ดอลลาร์/หุ้น ขณะที่รายได้อยู่ที่ 2.02 หมื่นล้านดอลลาร์ เทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ 1.96 หมื่นล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ หุ้นจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ปิดตลาดปรับตัวขึ้น 1.1%

ยูไนเต็ดเฮลธ์ กรุ๊ป เปิดเผยกำไรและรายได้ที่สูงเกินคาดในไตรมาสแรกเช่นกัน นอกจากนี้ ทางบริษัทยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการตลอดปีงบการเงิน 2562 ซึ่งช่วยหนุนราคาหุ้นยูไนเต็ดเฮลธ์พุ่งขึ้นกว่า 3% ในระหว่างวัน อย่างไรก็ตาม ในช่วงปิดตลาด ราคาหุ้นยูไนเต็ดเฮลธ์ร่วงลง 4.01% เนื่องจากนักลงทุนเริ่มกลับมาวิตกกังวลเกี่ยวกับกฎระเบียบในธุรกิจเพื่อสุขภาพ

หุ้นควอลคอมม์ ทะยานขึ้นกว่า 23% หลังจากมีรายงานว่า ควอลคอมม์ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิพโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของสหรัฐ ได้บรรลุข้อตกลงกับบริษัทแอปเปิล เพื่อยุติคดีความทางกฎหมายระหว่างสองบริษัท โดยก่อนหน้านี้ ควอลคอมม์ได้ยื่นฟ้องต่อศาลสูงรัฐแคลิฟอร์เนียว่า แอปเปิลได้ขโมยข้อมูลที่เป็นความลับทางการค้า เพื่อนำไปให้บริษัทอินเทล ซึ่งเป็นคู่แข่งของควอลคอมม์ ทำการพัฒนาชิพที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นหลังจากราคาน้ำมัน WTI ปรับตัวขึ้นราว 1% เมื่อคืนนี้ โดยหุ้นเอ็กซอน โมบิล เพิ่มขึ้น 0.7% หุ้นเชฟรอน เพิ่มขึ้น 0.8% หุ้นอ็อคซิเดนเชียล ปิโตรเลียม เพิ่มขึ้น 0.5% หุ้นเดวอน เอนเนอร์จี เพิ่มขึ้น 0.8% หุ้นเชซาพีค เอนเนอร์จี เพิ่มขึ้น 0.6% และหุ้นฮัลลิเบอร์ตัน พุ่งขึ้น 1.6%

หุ้นแบล็กร็อก ซึ่งเป็นบริษัทจัดการกองทุนรายใหญ่ระดับโลก พุ่งขึ้น 3.2% หลังบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่ออกมาดีกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านปรับตัวขึ้น 1 จุด แตะที่ระดับ 63 ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน และสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยดัชนีความเชื่อมั่นยังคงอยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงมุมมองโดยทั่วไปที่เป็นบวก

ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รายงานว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐ ซึ่งรวมผลผลิตในภาคการผลิต เหมืองแร่ และสาธารณูปโภคนั้น ลดลง 0.1% ในเดือนมี.ค. หลังผลผลิตเหมืองแร่ลดลง ขณะที่ผลผลิตในภาคการผลิตทรงตัว ท่ามกลางการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกและสถานการณ์ตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ ดุลการค้าเดือนก.พ., สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนก.พ., รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากเฟด, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีการผลิตเดือนเม.ย.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย, ยอดค้าปลีกเดือนมี.ค., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนเม.ย.จากมาร์กิต, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเบื้องต้นเดือนเม.ย.จากมาร์กิต, สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนก.พ. และ ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนมี.ค.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง