ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดบวก 145.34 จุด รับผลประกอบการ-ข้อมูลศก.แข็งแกร่ง

ข่าวหุ้น-การเงิน 24 เมษายน พ.ศ. 2562 06:43 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (23 เม.ย.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ต่างก็ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งรวมถึงทวิตเตอร์ และโคคา โคล่า และนอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากรายงานยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,656.39 จุด เพิ่มขึ้น 145.34 จุด หรือ +0.55% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,933.68 จุด เพิ่มขึ้น 25.71 จุด หรือ +0.88% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,120.82 จุด เพิ่มขึ้น 105.56 จุด หรือ +1.32%

ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างคึกคักเมื่อคืนนี้ เนื่องจากนักลงทุนขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน โดยโคคา โคล่า เปิดเผยว่าบริษัทมีกำไรในไตรมาสแรกที่ระดับ 48 เซนต์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 46 เซนต์/หุ้น ซึ่งช่วยหนุนราคาหุ้นโคคา โคล่า ปิดตลาดพุ่งขึ้น 1.75%

หุ้นยูไนเต็ด เทคโนโลยีส์ พุ่งขึ้น 2.2% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรไตรมาสแรกที่ระดับ 1.91 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 1.71 ดอลลาร์/หุ้น โดยยูไนเต็ด เทคโนโลยีส์เป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบินของแพรทท์ แอนด์ วิทนีย์, เครื่องปรับอากาศของแคร์เรียร์ และลิฟท์ของโอติส

หุ้นล็อคฮีด มาร์ติน ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องบินรบและอาวุธรายใหญ่ที่สุดของโลก พุ่งขึ้น 5.6% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรไตรมาสแรกที่ระดับ 5.99 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 4.34 ดอลลาร์/หุ้น

หุ้นทวิตเตอร์ ทะยานขึ้น 15.7% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรไตรมาสแรกที่ระดับ 37 เซนต์/หุ้น สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 15 เซนต์/หุ้น

หุ้นพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (P&G) ร่วงลง 2.7% แม้บริษัทเปิดเผยกำไรไตรมาสแรกที่ระดับ 1.06 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 1.03 ดอลลาร์/หุ้น

ส่วนหุ้นฮาร์ลีย์-เดวิดสัน ผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์รายใหญ่ของสหรัฐ ร่วงลง 2% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรสุทธิในไตรมาสแรกที่ระดับ 127.9 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรก ลดลง 26.8% เมื่อเทียบกับระดับ 174.8 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ที่ลดลง, ต้นทุนที่สูงขึ้นจากการที่สหรัฐเรียกเก็บภาษีจากวัตถุดิบในการผลิตของบริษัท รวมทั้งการที่สหภาพยุโรป (EU) เรียกเก็บภาษีจากมอเตอร์ไซค์นำเข้า

หุ้นวอไรซอน คอมมิวนิเคชั่น ร่วงลง 2.1% หลังจากบริษัทเปิดเผยรายได้ในไตรมาสแรกที่ระดับ 3.213 หมื่นล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 3.216 หมื่นล้านดอลลาร์

ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้รับปัจจัยบวกจากรายงานของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐซึ่งระบุว่า ยอดขายบ้านใหม่เพิ่มขึ้น 4.5% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 692,000 ยูนิต ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2560 จากระดับ 662,000 ยูนิตในเดือนก.พ. และเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 โดยได้รับแรงหนุนจากการลดลงของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองและราคาบ้าน

นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึง เฟซบุ๊ก ไมโครซอฟท์ และเทสลา

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนมี.ค., ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนมี.ค., ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1/2562 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเม.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ