ข่าวอินโฟเควสท์
08:31 KWC จะลงทุน 207 ลบ.สร้างอาคารคลังเอกสารที่ 4 พร้อมเปิดให้บริการรับฝากกล่องเอกสาร Q4/63   บมจ.กรุงเทพโสภณ (KWC) แจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท…
08:30 World Economic Calendar รายสัปดาห์ ประจำวันที่ 19 กันยายน 2562   วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562 (ตามเวลาประเทศไทย) ออสเตรเลีย 08.30 น. อัตราว่…
08:20 7UP จะขายหุ้น 60% ใน M-LINK มูลค่า 60 ลบ. พร้อมเข้าลงทุน 50% ใน ERV ทำระบบระบายความร้อน Cooling Tower   บมจ.เซเว่น ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (…
08:16 "พาวเวล" ยันเฟดจะไม่ใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจ   นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยในระหว่างการแถลงข่…
08:12 ปฏิทินหุ้น ประจำวันที่ 19 ก.ย. 2562   ปฏิทินหลักทรัพย์รวบรวมจากข่าวที่บริษัทจดทะเบียนแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ จนถึงวันที่ 18 กันยายน 2562 สิงหาคม 25…

ดาวโจนส์พักฐาน หลังพุ่งกว่า 700 จุดช่วง 2 วันที่ผ่านมา

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน 2562 21:15:43 น.
ดัชนีดาวโจนส์พักฐานในวันนี้ หลังจากที่พุ่งขึ้นกว่า 700 จุดในช่วง 2 วันที่ผ่านมา
ณ เวลา 21.03 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 25,551.33 จุด บวก 11.76 จุด หรือ 0.05%

ดาวโจนส์ปรับตัวแคบในวันนี้ โดยความวิตกเกี่ยวกับสงครามการค้าได้สกัดช่วงบวกที่เกิดจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระบุว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐและเม็กซิโกมีความคืบหน้าไม่มากพอ ในประเด็นการลดจำนวนการหลั่งไหลของผู้อพยพผิดกฎหมาย และการลักลอบนำเข้ายาเสพติดจากเม็กซิโก ซึ่งทำให้สหรัฐจะดำเนินการปรับขึ้นภาษีต่อสินค้านำเข้าจากเม็กซิโกในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐและเม็กซิโกได้เสร็จสิ้นการหารือกันที่ทำเนียบขาวเมื่อวานนี้ โดยทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในประเด็นการค้า และประเด็นผู้อพยพ ขณะที่การเจรจาจะเริ่มขึ้นอีกครั้งในวันนี้

เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีต่อสินค้าทั้งหมดที่นำเข้าจากเม็กซิโกในอัตรา 5% โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย. และจะเพิ่มขึ้นทุกเดือนจนแตะระดับ 25% ในวันที่ 1 ต.ค. ถ้าเม็กซิโกไม่สามารถสกัดการหลั่งไหลของผู้อพยพผิดกฎหมายที่ข้ามพรมแดนเข้าสู่สหรัฐ

ทางด้านนายเกา เฟิง โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน กล่าวว่า จีนจะต่อสู้จนถึงที่สุด หากสหรัฐตัดสินใจที่จะเพิ่มความตึงเครียดทางการค้า
นายเกากล่าว หลังมีข่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ขู่ที่จะเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นอีกในวงเงิน 3 แสนล้านดอลลาร์
"การที่สหรัฐใช้แรงกดดันต่อจีนได้ส่งผลกระทบต่อการเจรจาการค้า ขณะที่ทิศทางการเจรจาในอนาคตจะขึ้นอยู่กับสหรัฐ" นายเกากล่าว

นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟด สาขาเซนต์หลุยส์ กล่าวว่า เฟดจำเป็นต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้ เพื่อกระตุ้นเงินเฟ้อ และรับมือกับความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะเผชิญภาวะขาลง อันเนื่องมาจากการทำสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

ส่วนนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด กล่าวว่า เฟดกำลังจับตามองพัฒนาการทางเศรษฐกิจในขณะนี้ และจะดำเนินการในสิ่งที่ต้องทำเพื่อให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจดำเนินต่อไป

นอกจากนี้ นายพาวเวลยังเปิดเผยว่า เครื่องมือที่เฟดเคยใช้ในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ ซึ่งได้แก่ การกำหนดให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ใกล้ 0% และการเข้าซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) มีแนวโน้มที่จะนำมาใช้อีกครั้งหนึ่ง

FedWatch ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาส 90% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. และมีโอกาสมากกว่า 80% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธ.ค.

ส่วนการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในวันนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐลดลง 2.1% สู่ระดับ 5.08 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนเม.ย. จากระดับ 5.19 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมี.ค.

อย่างไรก็ดี สหรัฐขาดดุลการค้าต่อจีนพุ่งขึ้น 29.7% ในเดือนเม.ย. สู่ระดับ 2.69 หมื่นล้านดอลลาร์
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกทรงตัวที่ระดับ 218,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว

ส่วนตัวเลขค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ซึ่งถือเป็นมาตรวัดตลาดแรงงานที่ดีกว่า เนื่องจากขจัดความผันผวนรายสัปดาห์ ลดลง 2,500 ราย สู่ระดับ 215,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง