ข่าวอินโฟเควสท์
00:08 เฟดแอตแลนตาคาดเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 1.6% ในไตรมาส 2   ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา เปิดเผยว่า แบบจำลองการคาดการณ์ GDPNow แสดงให้เห็นว่า เศ…
23:59 สหรัฐเผยสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนพ.ค. สอดคล้องคาดการณ์   กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเพิ่มขึ…
23:49 แฮกเกอร์ลักลอบเจาะระบบเครือข่ายกรมสรรพากรบัลกาเรีย   เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า แฮกเกอร์ได้ลักลอบเจาะเข้าสู่ระบบเครือข่ายของกรมสรรพากรบัลกาเรีย และส…
23:25 ดาวโจนส์พลิกร่วงหลุดนิวไฮ หลัง"ทรัมป์"เผยสหรัฐ-จีนเจรจาการค้ายังไม่คืบ   ดัชนีดาวโจนส์พลิกร่วงลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังประธานาธิบดี…
23:09 "คริสติน ลาการ์ด"ประกาศลาออกจากตำแหน่งผอ.IMF มีผล 12 ก.ย.   นางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประกาศลาออกจากตำแหน่…

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดบวก 78.74 จุด รับข่าวสหรัฐระงับรีดภาษีเม็กซิโก

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 11 มิถุนายน 2562 06:50:57 น.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (10 มิ.ย.) ทำสถิติปิดในแดนบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 6 ซึ่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2561 เนื่องจากนักลงทุนขานรับข่าวสหรัฐระงับการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากเม็กซิโก รวมทั้งข่าวการควบรวมกิจการและซื้อกิจการของบริษัทจดทะเบียน ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G20 ที่ประเทศญี่ปุ่น และการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนนี้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,062.68 จุด เพิ่มขึ้น 78.74 จุด หรือ +0.30% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,886.73 จุด เพิ่มขึ้น 13.39 จุด หรือ +0.47% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,823.17 จุด เพิ่มขึ้น 81.07 จุด หรือ +1.05%

ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับปัจจัยหนุนจากการที่รัฐบาลสหรัฐได้ระงับการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากเม็กซิโก เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศสามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาผู้อพยพผิดกฎหมายจากเม็กซิโก

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า การจัดเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากเม็กซิโกจะถูกระงับต่อไปโดยไม่มีกำหนด พร้อมกับแสดงความเชื่อมั่นว่า เม็กซิโกจะดำเนินการกวาดล้างต่อผู้อพยพผิดกฎหมายจากอเมริกากลาง

ทางด้านนายมาร์เซโล เอบราร์ด รัฐมนตรีต่างประเทศเม็กซิโก เปิดเผยว่า รัฐบาลเม็กซิโกจะส่งทหาร 6,000 นายเข้าไปประจำการในพื้นที่ชายแดนตอนใต้ซึ่งอยู่ติดกับกัวเตมาลา เพื่อสกัดกั้นการหลั่งไหลของผู้อพยพ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวล หลังจากเมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีต่อสินค้าทั้งหมดที่นำเข้าจากเม็กซิโก ในอัตรา 5% โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย. และจะเพิ่มขึ้นทุกเดือนจนแตะระดับ 25% ในวันที่ 1 ต.ค. ถ้าเม็กซิโกไม่สามารถสกัดการหลั่งไหลของผู้อพยพผิดกฎหมายที่ข้ามพรมแดนเข้าสู่สหรัฐ

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากข่าวควบรวมกิจการและซื้อกิจการของบริษัทจดทะเบียน โดยบริษัท ยูไนเต็ด เทคโนโลยีส์ คอร์ป ซัพพลายเออร์ด้านการบินและอวกาศ ได้ประกาศซื้อกิจการของบริษัท เรย์เธียน ผู้ผลิตยุทโธปกรณ์ ในวงเงินรวมกัน 7.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อก่อตั้งบริษัทยักษ์ใหญ่ในแวดวงการบิน-อวกาศและยุทโธปกรณ์

ทั้งนี้ ข่าวดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นเรย์เธียน ปรับตัวขึ้น 0.7% ขณะที่หุ้นยูไนเต็ด เทคโนโลยีส์ ทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งในระหว่างวัน ก่อนที่จะปิดตลาดร่วงลง 3.1% หลังจากปธน.ทรัมป์กล่าวว่า เขารู้สึก "กังวลเล็กน้อย" ว่า การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อการแข่งขันในอุตสาหกรรม

หุ้น Tableau ซึ่งเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ของสหรัฐ พุ่งขึ้นแข็งแกร่งถึง 33.7% ขานรับข่าวที่ว่าบริษัท Salesforce.com จะเข้าซื้อกิจการของ Tableau ในวงเงิน 1.53 หมื่นล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ดี หุ้น Salesforce.com ปิดตลาดปรับตัวลง 5.3%

หุ้นบริษัทผลิตรถยนต์ซึ่งมีฐานการผลิตในเม็กซิโก ต่างก็ดีดตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ โดยหุ้นเจเนอรัล มอเตอร์ (GM) พุ่งขึ้น 1.5% หุ้นฟอร์ด มอเตอร์ ปรับตัวขึ้น 0.6% และหุ้นเฟียต ไครสเลอร์ ออโต้โมบิล พุ่งขึ้น 1.7%

หุ้นคอนสเทลเลชัน แบรนด์ส ซึ่งเป็นผู้ผลิตเบียร์ "Corona" และมีฐานการผลิตในเม็กซิโกด้วยนั้น พุ่งขึ้น 1.9%

หุ้นเทสลา พุ่งขึ้น 4.1% หลังจากนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์แบรด ได้ออกมาแสดงความเชื่อมั่นเกี่ยวกับยอดขายของเทสลา พร้อมกับกล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมานั้น ตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าของเทสลามากจนเกินไป

นักลงทุนจับตาการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G20 ที่ประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 28-29 มิ.ย.นี้ ซึ่งคาดว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำของจีน จะพบปะกันนอกรอบการประชุมดังกล่าว

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 18-19 มิ.ย.นี้ ขณะที่ FedWatch ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาส 79% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนก.ค. และมีโอกาส 90% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. และโอกาสมากกว่า 80% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธ.ค.

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนพ.ค., อัตราเงินเฟ้อเดือนพ.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือนพ.ค., ยอดค้าปลีกเดือนพ.ค., การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค., สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนเม.ย. และความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนมิ.ย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง