ข่าวอินโฟเควสท์
09:28 รมว.ต่างประเทศอังกฤษยืนยันอิหร่านยึดเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ   นายเจเรมี ฮันท์ รมว.ต่างประเทศของอังกฤษเปิดเผยว่า เอกอัคราชทูตของอังกฤษใ…
08:42 ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: ฟุตซี่ปิดบวก 15.61 จุด หุ้นน้ำมัน,เหมืองบวก,เก็งเฟดลดดอกเบี้ยช่วยหนุนตลาด   ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (19 ก.ค…
08:28 ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก ขานรับคาดการณ์เฟดหั่นดอกเบี้ย 0.50% เดือนนี้   ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (19 ก.ค.) โดยได้แรงหนุ…
08:06 ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งเทียบสกุลเงินหลัก ขานรับความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้น   ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในก…
07:30 ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดลบ $1.40 เหตุเงินดอลล์แข็งค่าถ่วงตลาด   สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลดลงเมื่อคืนนี้ (19 ก.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการ…

ดาวโจนส์ฟิวเจอร์แทบไม่ขยับ บ่งชี้วอลล์สตรีทปรับตัวแคบ ก่อนรู้ผลประชุมเฟด

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 19 มิถุนายน 2562 19:48:28 น.

ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์แทบไม่ขยับ บ่งชี้ว่าตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะปรับตัวแคบในวันนี้ ก่อนการประกาศผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในคืนนี้

ณ เวลา 19.38 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์บวก 13 จุด หรือ 0.05% สู่ระดับ 26,517 จุด
นักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดจะส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมกำหนดนโยบายการเงินในวันนี้

ตลาดการเงินได้เพิ่มการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ หลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่อ่อนแอของสหรัฐ ขณะที่เจ้าหน้าที่เฟดหลายราย ซึ่งรวมถึงนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ก็ได้ส่งสัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมกำหนดนโยบายการเงินในวันนี้

อย่างไรก็ดี FedWatch ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งก่อนสิ้นปีนี้ โดยมีโอกาส 79% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนก.ค. และมีโอกาส 90% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. และมีโอกาส 97% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธ.ค.

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการพบปะกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นอกรอบการประชุมสุดยอดของกลุ่ม G20 ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 28-29 มิ.ย. โดยหวังว่าการพบปะกันดังกล่าวจะช่วยคลี่คลายความขัดแย้งทางการค้าระหว่างประเทศทั้งสอง

ทั้งนี้ การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนประสบความล้มเหลวในเดือนที่แล้ว โดยที่ประชุมไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้า ขณะที่สหรัฐได้เพิ่มการเรียกเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากจีนวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 25% จากเดิมที่ระดับ 10% ส่งผลให้จีนทำการตอบโต้ ด้วยการเพิ่มการเรียกเก็บภาษีต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐวงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 25% จากเดิมที่ระดับ 10%

อย่างไรก็ดี นายสตีฟ ชวาร์ซแมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทแบล็คสโตน ไม่เชื่อมั่นว่า การพบปะกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นอกรอบการประชุม G20 จะส่งผลให้เกิดข้อตกลงทางการค้า

"ผมคิดว่าเป็นเรื่องยากที่จะมีข้อตกลงทางการค้า เพราะแทบไม่มีความคืบหน้าเกิดขึ้นนับตั้งแต่เดือนพ.ค. หลังจากที่การเจรจาการค้ารอบสุดท้ายได้สิ้นสุดลง" นายชวาร์ซแมนกล่าว

นายชวาร์ซแมนระบุว่า ปธน.ทรัมป์ และปธน.สี จิ้นผิง จะต้องทำการตัดสินใจก่อนว่าพวกเขาจะยอมรับเงื่อนไขของแต่ละฝ่ายได้มากน้อยแค่ไหน ก่อนที่จะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงทำการเจรจาในรายละเอียด

"ผมคิดว่าการคาดการณ์ที่ว่าผู้นำทั้งสองจะลงนามในข้อตกลงการค้า คงไม่เกิดขึ้นจริง" เขากล่าว
ทั้งนี้ แบล็คสโตนเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ ซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารมากกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง