ดาวโจนส์ร้อนแรงพุ่งไม่หยุด ล่าสุดทะยานกว่า 200 จุด ทำนิวไฮทะลุแนว 27,000

ข่าวหุ้น-การเงิน 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 23:02 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องในวันนี้ ล่าสุดทะยานขึ้นกว่า 200 จุด ทะลุระดับ 27,000 จุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการก่อตั้งตลาดหุ้นนิวยอร์ก ขานรับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ ณ เวลา 22.55 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 27,067.71 จุด บวก 207.51 จุด หรือ 0.77% นักลงทุนในตลาดการเงินคาดการณ์มากขึ้นว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 30-31 ก.ค. หลังจากที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด กล่าวแถลงการณ์ต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวานนี้ โดยได้ส่งสัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ นายพาวเวลกล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยในระดับที่เป็นกลางได้อยู่ต่ำกว่าที่เฟดคาด ขณะที่อัตราการว่างงานก็ต่ำกว่าคาดเช่นกัน ส่งผลให้นโยบายการเงินไม่ได้อยู่ในภาวะผ่อนคลายตามที่เฟดคาดไว้

ทั้งนี้ ในการสำรวจล่าสุด พบว่า FedWatch ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาส 100% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 30-31 ก.ค. โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาส 73.4% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 2.00-2.25% จากปัจจุบันที่ระดับ 2.25-2.50% และมีโอกาส 26.6% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% สู่ระดับ 1.75-2.00%

ก่อนหน้านี้ นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาส 93% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 2.00-2.25% และมีโอกาสเพียง 7% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% สู่ระดับ 1.75-2.00%

ทั้งนี้ นายพาวเวลระบุว่า เฟดจะดำเนินการอย่างเหมาะสมเพื่อรักษาการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ขณะที่ปัจจัยลบหลายประการ เช่น ความตึงเครียดทางการค้า และความวิตกต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก กำลังถ่วงแนวโน้มเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังระบุว่า การลงทุนของภาคธุรกิจในสหรัฐได้ชะลอตัวลงในระยะนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มทางเศรษฐกิจ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อกำลังปรับตัวต่ำกว่าเป้าหมายที่เฟดกำหนดไว้ที่ระดับ 2%

ส่วนในการแถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันนี้ นายพาวเวลระบุว่า การว่างงานและเงินเฟ้อไม่ได้มีความสัมพันธ์กันอีกต่อไป

"ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจ หรือการว่างงาน และเงินเฟ้อมีความแข็งแกร่งในช่วง 50 ปีก่อนหน้านี้ แต่ขณะนี้ ความสัมพันธ์ดังกล่าวได้หมดลงแล้ว" นายพาวเวลกล่าว

"ความสัมพันธ์ระหว่างการว่างงานและเงินเฟ้อได้เริ่มอ่อนแอลงในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา และความสัมพันธ์ดังกล่าวก็ได้ลดลงเรื่อยๆ" เขากล่าว

ส่วนการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในวันนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 13,000 ราย สู่ระดับ 209,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 223,000 ราย

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐยังเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% เช่นกันในเดือนพ.ค.

ดัชนี CPI ทั่วไปถูกกดดันจากการร่วงลงของราคาอาหาร และพลังงาน

เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI ทั่วไปเพิ่มขึ้น 1.6% ในเดือนมิ.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 1.8% ในเดือนพ.ค.

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี CPI ทั่วไปทรงตัวในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 1.6% เมื่อเทียบรายปี

หากไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ดัชนี CPI พื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.ปีที่แล้ว หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ติดต่อกัน 4 เดือน

การพุ่งขึ้นของดัชนี CPI พื้นฐานได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของราคาเสื้อผ้า, รถยนต์และรถบรรทุกมือสอง รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ประจำบ้าน

เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พื้นฐานปรับตัวขึ้น 2.1% หลังจากเพิ่มขึ้น 2.0% ในเดือนพ.ค.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ