ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดบวก 3.12 จุด ขานรับปธ.เฟดนิวยอร์กหนุนลดดอกเบี้ย

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday July 19, 2019 06:48 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (18 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก ที่ออกมาสนับสนุนให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งปัจจัยดังกล่าวช่วยให้ตลาดดีดตัวขึ้นหลังจากที่ร่วงลงในช่วงแรก อันเนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งรวมถึง เน็ตฟลิกซ์

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,222.97 จุด เพิ่มขึ้น 3.12 จุด หรือ +0.01% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,995.11 จุด เพิ่มขึ้น 10.69 จุด หรือ +0.36% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,207.24 จุด เพิ่มขึ้น 22.04 จุด หรือ +0.27%

ดัชนีดาวโจนส์ปิดในแดนบวกหลังจากนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก ได้ออกมาสนับสนุนให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจกำลังชะลอตัว และสร้างความกังวลให้กับหลายภาคส่วนในระบบเศรษฐกิจ

นายวิลเลียมส์ซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการเฟดที่มีสิทธิ์ออกเสียงในการลงมติการประชุม ได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมประจำปีของ Central Bank Research Association ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวานนี้ โดยระบุว่า การใช้มาตรการป้องกันเอาไว้ก่อนที่จะเกิดหายนะนั้น ถือเป็นแนวทางที่ดีกว่า และเมื่อพิจารณาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำขณะนี้ สิ่งที่ควรทำก็คือ รีบดำเนินการอย่างรวดเร็ว และเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้ยาวนานขึ้น

การแสดงความเห็นของนายวิลเลียมส์เกิดขึ้นในขณะที่ตลาดการเงินคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 30-31 ก.ค.นี้ โดยในการสำรวจล่าสุด พบว่า FedWatch ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาส 65.1% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 2.00-2.25% จากปัจจุบันที่ระดับ 2.25-2.50% และมีโอกาส 34.9% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% สู่ระดับ 1.75-2.00%

ถ้อยแถลงของนายวิลเลียมเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้น หลังจากที่ร่วงลงในช่วงแรก อันเนื่องมาจากความกังวลเกี่ยวกับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ ซึ่งรวมถึงบริษัทเน็ตฟลิกซ์

หุ้นเน็ตฟลิกซ์ ดิ่งลง 10.2% หลังจากบริษัทเปิดเผยจำนวนลูกค้าทั่วโลกในไตรมาส 2 ที่ระดับ 2.7 ล้านราย ซึ่งต่ำกว่าที่คาดไว้ที่ 5 ล้านราย อันเป็นผลจากราคาค่าบริการที่เพิ่มขึ้น และจำนวนซีรีย์เรื่องใหม่ที่ลดน้อยลง

ทั้งนี้ การร่วงลงของหุ้นเน็ตฟลิกซ์ส่งผลให้ดัชนีราคาหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสาร ปรับตัวลง 0.9% ขณะที่หุ้นสแนป ซึ่งเป็นเจ้าของแอป Snapchat ดิ่งลง 2.5% หุ้นทวิตเตอร์ ปรับตัวลง 0.13%

หุ้นยูไนเต็ดเฮลท์ กรุ๊ป อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทประกันสุขภาพรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ ปิดตลาดร่วงลง 2.3% หลังจากบริษัทคาดการณ์ว่า รายได้ตลอดปี 2562 อาจจะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ แม้บริษัทมีกำไรในไตรมาส 2 ที่ระดับ 3.60 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.45 ดอลลาร์/หุ้น

หุ้นควอลคอมม์ ร่วงลง 1.8% หลังจากคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) สั่งปรับบริษัทควอลคอมม์ อิงค์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิพรายใหญ่ที่สุดของโลก เป็นจำนวนเงิน 242 ล้านยูโร (272 ล้านดอลลาร์) ในข้อหาสกัดกั้นคู่แข่งในตลาด

อย่างไรก็ดี มีบริษัทหลายแห่งที่เปิดเผยผลประกอบการที่สดใส โดยมอร์แกน สแตนลีย์ระบุว่า ธนาคารมีกำไรในไตรมาส 2 ที่ระดับ 1.23 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.14 ดอลลาร์/หุ้น ซึ่งรายงานดังกล่าวช่วยหุ้นราคาหุ้นมอร์แกน สแตนลีย์ ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.4% เมื่อคืนนี้

ขณะที่หุ้น IBM พุ่งขึ้น 4.6% หลังจากบริษัทระบุว่า กำไรรายไตรมาสได้รับแรงหนุนความแข็งแกร่งของธุรกิจคลาวด์ ส่วนหุ้นฟิลิปส์ มอร์ริส ซึ่งเป็นผู้ผลิตบุหรี่ พุ่งขึ้น 8.2% และหุ้นยูเนียน แปซิฟิก ซึ่งเป็นบริษัทก่อสร้างถนน พุ่งขึ้น 5.9% หลังจากทั้งสองบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่ดีเกินคาด

นักลงทุนจับตาการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐและจีนได้เจรจาการค้าผ่านทางการสนทนาทางโทรศัพท์เป็นวันที่ 2 เมื่อวานนี้ พร้อมกับกล่าวว่า เรื่องของหัวเว่ยไม่ใช่ข้อขัดแย้งหลักของการเจรจา แต่เสริมว่า ทั้งสองฝ่ายยังคงมีประเด็นที่ซับซ้อนที่ต้องเจรจากันอีกมาก

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 8,000 ราย สู่ระดับ 216,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ขณะที่ Conference Board เปิดเผยว่า ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ Leading Economic Index (LEI) ปรับตัวลง 0.3% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นการร่วงลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธ.ค.ปีที่แล้ว

ส่วนในคืนนี้ มหาวิทยาลัยมิชิแกนจะเปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐประจำเดือนก.ค. ในเวลา 21.00 น.ตามเวลาไทย


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ