ข่าวอินโฟเควสท์
01:19 "เบเกอร์ ฮิวจ์"เผยบริษัทน้ำมันลดแท่นขุดเจาะน้ำมันติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 5   เบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยว่า…
01:07 ดาวโจนส์พลิกร่วงกว่า 100 จุด หลังการเจรจาการค้าสหรัฐ-จีนส่อเค้าล่ม   ดัชนีดาวโจนส์พลิกร่วงลงกว่า 100 จุดในวันนี้ หลังการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ…
01:00 "ทรัมป์"เผยไม่มีความจำเป็นต้องบรรลุข้อตกลงการค้ากับจีนก่อนเลือกตั้งปธน.ปีหน้า   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็นที่เขาจะต้องบ…
00:44 สหรัฐ-จีนเจรจาการค้าส่อเค้าล่ม หลังเจ้าหน้าที่จีนกลับประเทศก่อนกำหนด   สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีช่วยของจีนที่ได้เจรจา…
00:27 รัสเซียแสดงความยินดี หลังรัฐบาล-ฝ่ายค้านเวเนซุเอลาบรรลุข้อตกลงทางการเมือง   กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลงการณ์แสดงความยินดีต่อการที่รัฐบาล…

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 326.15 จุด รับความหวังสหรัฐ-จีนเจรจาการค้าเดือนหน้า

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 30 สิงหาคม 2562 06:46:04 น.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทะยานขึ้นกว่า 300 จุดเมื่อคืนนี้ (29 ส.ค.) หลังจากรัฐบาลจีนยืนยันว่ากำลังหารือกับสหรัฐเกี่ยวกับการจัดประชุมเพื่อเจรจาการค้าในเดือนก.ย. พร้อมประกาศเจตนารมณ์ที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐอย่างสงบ โดยข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้า และยังช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มอุตสาหกรรมดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,362.25 จุด เพิ่มขึ้น 326.15 จุด หรือ +1.25% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,924.58 จุด เพิ่มขึ้น 36.64 จุด หรือ +1.27% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,973.39 จุด เพิ่มขึ้น 116.51 จุด หรือ +1.48%

ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างคึกคัก ขานรับแถลงการณ์ของกระทรวงพาณิชย์จีนซึ่งระบุว่า จีนและสหรัฐกำลังหารือกันเกี่ยวกับการจัดการเจรจาการค้าในเดือนก.ย.  ขณะที่นายเกา เฟิง โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนกล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายควรสร้างภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อความคืบหน้าในการเจรจา โดยจีนจะสกัดกั้นไม่ให้สงครามการค้ากับสหรัฐทวีความรุนแรงมากขึ้น และยินดีที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการค้าอย่างสงบ

ทั้งนี้ ถ้อยแถลงของนายเกามีขึ้นในขณะที่ใกล้ถึงวันอาทิตย์นี้ (1 ก.ย.) ซึ่งเป็นวันที่จีนและสหรัฐมีกำหนดขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างกัน

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มอุตสาหกรรมพุ่งขึ้นขานรับการส่งสัญญาณด้านบวกของจีน เนื่องจากบริษัทในสองภาคส่วนนี้มีการลงทุนจำนวนมากในประเทศจีน โดยหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีนั้น โดยหุ้นแอปเปิล พุ่งขึ้น 1.7% หุ้นอินเทล พุ่งขึ้น 2.3% หุ้นซิสโก ซิสเต็มส์ เพิ่มขึ้น 0.8% หุ้นบรอดคอม พุ่งขึ้น 2.6% หุ้นไมครอน เทคโนโลยี ทะยานขึ้น 3.5% หุ้น Nvidia พุ่งขึ้น 3.6% หุ้นไมโครซอฟท์ เพิ่มขึ้น 1.9% หุ้นอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล เพิ่มขึ้น 1.7% หุ้นเน็ตฟลิตซ์ เพิ่มขึ้น 1.72% หุ้นอเมซอนดอทคอม เพิ่มขึ้น 1.2%

ส่วนหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมนั้น หุ้นโบอิ้ง ดีดขึ้น 0.7% หุ้นแคทเธอร์พิลลาร์ พุ่งขึ้น 2.5% หุ้นยูไนเต็ด เทคโนโลยีส์ เพิ่มขึ้น 2.06% หุ้นอีตัน คอร์ป พุ่งขึ้น 2.2%% หุ้นเอเมอร์สัน อิเล็กทริก พุ่งขึ้น 2.3%

หุ้นกลุ่มพลังงานยังคงเคลื่อนไหวในแดนบวก หลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยหุ้นโคโนโคฟิลิปส์ เพิ่มขึ้น 0.6% หุ้นเอ็กซอน โมบิล พุ่งขึ้น 1.1% หุ้นเชฟรอน เพิ่มขึ้น 0.6% หุ้นเชซาพีค เอนเนอร์จี พุ่งขึ้น 5.1% หุ้นเดวอน เอนเนอร์จี พุ่งขึ้น 2.8% หุ้นมาราธอน ปิโตรเลียม พุ่งขึ้น 4.8% หุ้นอ็อคซิเดนเชียล ปิโตรเลียม เพิ่มขึ้น 0.5% หุ้นฮัลลิเบอร์ตัน พุ่งขึ้น 2.9%

หุ้นกลุ่มค้าปลีกดีดตัวขึ้น หลังจากดอลลาร์ เจเนอรัล ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐ ปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขายปีงบการเงิน 2562 โดยหุ้นดอลลาร์ เจเนอรัล ทะยานขึ้น 10.8% หุ้นทาร์เก็ต เพิ่มขึ้น 1.4% หุ้นโลว์ส พุ่งขึ้น 4.08% หุ้นเมซีส์ อิงค์ เพิ่มขึ้น 1.9% หุ้นเบด บาธ แอนด์ บียอนด์ ทะยานขึ้น 11.01% หุ้นนอร์ดสตรอม พุ่งขึ้น 2.8% หุ้นโคห์ล คอร์ป เพิ่มขึ้น 2.08%

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 4,000 ราย สู่ระดับ 215,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ทางด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 สำหรับการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2/2562 ที่ระดับ 2.0% สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ แต่ต่ำกว่าระดับ 2.1% ซึ่งเป็นตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ ได้แก่  ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนก.ค., การใช้จ่ายส่วนบุคคลเดือนก.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนส.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง