ดาวโจนส์บวกวันที่ 8 ใกล้ทุบนิวไฮ คาดหวังคืบหน้าเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน

ข่าวหุ้น-การเงิน 13 กันยายน พ.ศ. 2562 21:37 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 8 ในวันนี้ ทำสถิติช่วงขาขึ้นยาวนานที่สุดในรอบกว่า 1 ปี ขณะที่นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ณ เวลา 21.31 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 27,255.52 จุด บวก 73.07 จุด หรือ 0.27% ขณะนี้ ดัชนีดาวโจนส์ใกล้แตะระดับ 27,398.68 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ หุ้นโบอิ้งและแคทเธอร์ พิลลาร์ดีดตัวขึ้น 0.4% และ 0.8% ตามลำดับ โดยหุ้นของบริษัททั้งสองถือเป็นตัวชี้วัดสภาวะการค้าของสหรัฐ เนื่องจากมีการลงทุนจำนวนมากในต่างประเทศ อย่างไรก็ดี หุ้นแอปเปิลดิ่งลง 1.7% หลังจากที่โกลด์แมน แซคส์ประกาศปรับลดเป้าหมายราคาสู่ระดับ 165 ดอลลาร์ จากเดิมที่ระดับ 187 ดอลลาร์ นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน กล่าวในวันนี้ว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐและจีนจะพบปะกันในสัปดาห์หน้าเพื่อเจรจาการค้า

นายหลิวกล่าวว่า ประเด็นต่างๆที่จะมีการหารือกัน รวมถึง ดุลการค้า การเข้าถึงตลาด และการคุ้มครองนักลงทุน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า เขากำลังพิจารณาทำข้อตกลงการค้าฉบับชั่วคราวกับจีน

นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ยังระบุว่า จีนจะเริ่มซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐในจำนวนมาก

ทั้งนี้ ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนได้คลี่คลายลง หลังจากที่ปธน.ทรัมป์ประกาศเลื่อนการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนวงเงิน 2.50 แสนล้านดอลลาร์ จากวันที่ 1 ต.ค. ไปเป็นวันที่ 15 ต.ค. ขณะที่รัฐบาลจีนได้ประกาศรายชื่อสินค้าจำนวน 16 รายการของสหรัฐที่จะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 17 ก.ย. เป็นเวลา 1 ปีจนถึงวันที่ 16 ก.ย.2563

ทางด้านนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ กล่าวว่า ปธน.ทรัมป์สามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับจีนในเวลาใดก็ได้ แต่สหรัฐต้องการได้ข้อตกลงที่ดีที่สุดสำหรับแรงงานอเมริกัน

ส่วนการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในวันนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนส.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% จากระดับ 0.8% ในเดือนก.ค.

การดีดตัวขึ้นของยอดค้าปลีกในเดือนส.ค.ได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายรถยนต์ และวัสดุก่อสร้าง รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการรักษาสุขภาพ

เมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 4.1% ในเดือนส.ค.

ส่วนยอดค้าปลีกพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมยอดขายรถยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และอาหาร เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนส.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.9% ในเดือนก.ค.

ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวขึ้นแตะระดับ 92 ในเดือนก.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 91 จากระดับ 89.8 ในเดือนส.ค.

ผลสำรวจพบว่า ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นมากขึ้นต่อสภาวะเศรษฐกิจทั้งในปัจจุบัน และในอนาคต

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐเป็นการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภค 500 รายต่อภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งได้แก่ ฐานะการเงินส่วนบุคคล, ภาวะเงินเฟ้อ, การว่างงาน, อัตราดอกเบี้ย และนโยบายรัฐบาล


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ