ข่าวอินโฟเควสท์
10:54 ดอลลาร์อ่อนค่าเล็กน้อยบริเวณกรอบล่าง 108 เยน เหตุนักลงทุนไม่มั่นใจการค้าสหรัฐ-จีน   สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบล่าง 108 เยนในการซื…
10:53 (เพิ่มเติม)ANALYST PICKS: หุ้นเด่นจากนักวิเคราะห์ วันที่ 15 ตุลาคม 2562   หุ้นเด่นจากนักวิเคราะห์ (ANALYST PICKS) รวบรวมจากบทวิเคราะห์ของโบรกเก…
10:51 IPO Fund: ข้อมูลกองทุนเปิดที่กำลังเสนอขาย   วันที่เสนอขาย ชื่อกองทุนเปิด ชื่อย่อ ประเภทกองทุน อายุโครงการ ลงทุนขั้นต่ำ ประมาณการ บลจ. ครั้งแรก(…
10:48 กรมบัญชีกลาง พร้อมจ่ายตรงเบี้ยผู้สูงอายุ-เบี้ยผู้พิการให้พร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่ ม.ค.63   นายภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุข อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิด…
10:36 กรมอุตุฯ คาดประเทศไทยจะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว 17 ต.ค.62 แต่วันนี้เกือบทุกภาคเว้นอีสานสภาพอากาศยังแปรปรวน   กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศ การเข้าสู…

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 95.70 จุด เหตุวิตกผลเจรจาการค้าสหรัฐ-จีนสัปดาห์นี้

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 8 ตุลาคม 2562 06:43:35 น.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (7 ต.ค.) ท่ามกลางภาวะการซื้อขายที่ซบเซา เนื่องจากนักลงทุนไม่มั่นใจต่อผลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในสัปดาห์นี้ หลังจากมีรายงานว่า จีนไม่ต้องการทำข้อตกลงการค้าในวงกว้างตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ต้องการ โดยความวิตกกังวลในเรื่องดังกล่าวได้บดบังปัจจัยบวกจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณชะลอตัว

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,478.02 จุด ลดลง 95.70 จุด หรือ -0.36% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,938.79 จุด ลดลง 13.22 จุด หรือ -0.45% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,956.29 จุด ลดลง 26.18 จุด หรือ -0.33%

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในแดนลบ หลังจากสื่อรายงานว่า เจ้าหน้าที่จีนไม่ต้องการทำข้อตกลงการค้าในวงกว้างตามที่ปธน.ทรัมป์ต้องการ โดยนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีนกล่าวว่า ข้อเสนอของเขาต่อทางสหรัฐนั้น จะไม่รวมถึงคำมั่นสัญญาของรัฐบาลจีนในการปฏิรูปนโยบายอุตสาหกรรม หรือการให้เงินอุดหนุนของภาครัฐ

รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่เจรจาการค้าของจีนราว 30 คน นำโดยนายเหลียว หมิง รมช.คลังของจีน ได้เดินทางมายังสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) เมื่อวานนี้ เพื่อทำการเจรจาการค้าเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะเจรจากันเกี่ยวกับการบังคับถ่ายโอนเทคโนโลยี, การขโมยสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา, การตั้งกำแพงการค้าที่ไม่ใช่ภาษี รวมทั้งประเด็นในด้านการเกษตรและภาคบริการ และการบังคับใช้มาตรการต่างๆตามข้อตกลง

อย่างไรก็ดี การเจรจาของเจ้าหน้าที่การค้าจากทั้งสองฝ่ายเมื่อวานนี้เป็นไปอย่างตึงเครียด โดยไม่มีฝ่ายใดส่งสัญญาณการประนีประนอม

ส่วนการเจรจาระดับรัฐมนตรีระหว่างสหรัฐและจีนนั้น จะมีขึ้นในวันที่ 10-11 ต.ค.นี้ ที่กรุงวอชิงตัน โดยนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน จะเป็นผู้นำคณะเจรจาการค้าของจีน ขณะที่ฝ่ายสหรัฐนำโดยนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ และนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR)

หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ โดยหุ้นอ็อคซิเดนเชียล ปิโตรเลียม ร่วงลง 2.1% หุ้นเอ็กซอน โมบิล ร่วงลง 1.4% หุ้นเชฟรอน ลดลง 0.5% หุ้นฮัลลิเบอร์ตัน ร่วงลง 1.02% หุ้นเชซาพีค เอนเนอร์จี ร่วงลง 2.2% และหุ้นอาปาเช คอร์ป ดิ่งลง 3.4%

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นบริษัทที่ให้บริการด้านการสื่อสารปรับตัวลง โดยหุ้นเฟซบุ๊ก ลดลง 0.4% หุ้นสแนป ขยับลง 0.3% หุ้นอินเทล ลดลง 0.6% หุ้นไมโครซอฟท์ ลดลง 0.7% หุ้นอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล ปรับตัวลง 0.2% หุ้นอเมซอนดอทคอม ลดลง 0.4%

หุ้นเจเนอรัล มอเตอร์ (จีเอ็ม) ปิดลบ 0.5% หลังจากสหภาพแรงงานรถยนต์สหรัฐ (UAW) ได้ปฏิเสธข้อเสนอล่าสุดของจีเอ็ม เกี่ยวกับสัญญาแรงงานระยะเวลา 4 ปี

ส่วนหุ้นบริษัทจีนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ นำโดยหุ้น Pinduoduo ร่วงลง 5.04% และหุ้นไป่ตู้ ร่วงลง 2.87%

นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 29-30 ต.ค.นี้ ขณะที่ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาสราว 74.3% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้ หลังจากที่มีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอในภาคการผลิตและภาคบริการของสหรัฐ รวมทั้งตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้นต่ำกว่าคาดในเดือนก.ย.

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.ย., สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนส.ค., ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนส.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, อัตราเงินเฟ้อเดือนก.ย., ราคานำเข้าและส่งออกเดือนก.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนต.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง