ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดบวก 57.44 จุด รับความหวังสหรัฐ-จีนบรรลุข้อตกลงเพื่อสงบศึกการค้า

ข่าวหุ้น-การเงิน 22 ตุลาคม พ.ศ. 2562 06:55 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (21 ต.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขานรับมุมมองบวกที่ว่า สหรัฐและจีนจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามการค้า โดยปัจจัยบวกดังกล่าวช่วยหนุนแรงซื้อหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและผู้ผลิตชิป เนื่องจากบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งในกลุ่มนี้มีการลงทุนจำนวนมากในประเทศจีน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,827.64 จุด เพิ่มขึ้น 57.44 จุด หรือ +0.21% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,006.72 จุด เพิ่มขึ้น 20.52 จุด หรือ +0.69% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,162.99 จุด เพิ่มขึ้น 73.44 จุด หรือ +0.91%

ตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้นขานรับความหวังในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาส่งสัญญาณว่า มีความเป็นไปได้ที่สหรัฐและจีนจะบรรลุข้อตกลงในการยุติการทำสงครามการค้า และการเจรจาการค้ามีความคืบหน้าอย่างมาก ขณะที่นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน กล่าวว่า จีนและสหรัฐจะทำงานร่วมกันในการแก้ไขปัญหาทางการค้า และยังกล่าวว่าการเจรจามีความคืบหน้าอย่างมากเช่นกัน

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและผู้ผลิตชิปดีดตัวขึ้น โดยหุ้นอินเทล พุ่งขึ้น 1.5% หุ้นควอลคอมม์ ปรับตัวขึ้น 1.8% หุ้น Nvidia พุ่งขึ้น 2.9% หุ้นเฟซบุ๊ก พุ่งขึ้น 2.1% หุ้นซิลลินซ์ (Xilinx) เพิ่มขึ้น 0.7% หุ้นสกายเวิร์คส์ โซลูชั่น พุ่งขึ้น 2.4% หุ้นไมโครซอฟท์ เพิ่มขึ้น 0.7% หุ้นอเมซอนดอทคอม ปรับตัวขึ้น 1.6%

หุ้นแอปเปิล ดีดตัวขึ้น 1.7% หลังจากนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์เรย์มอนด์ เจมส์ ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาหุ้นแอปเปิลขึ้นสู่ระดับ 280 ดอลลาร์ต่อหุ้น จากระดับ 250 ดอลลาร์ต่อหุ้น

หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้นหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐดีดตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ โดยหุ้นเจพีมอร์แกน เชส พุ่งขึ้น 2.5% หุ้นซิตี้กรุ๊ป ทะยานขึ้น 2.9% หุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา พุ่งขึ้น 2.2% หุ้นโกลด์แมน แซคส์ ดีดขึ้น 1.3% หุ้นมอร์แกน สแตนลีย์ ทะยานขึ้น 3.02% หุ้นเวลส์ ฟาร์โก เพิ่มขึ้น 1%

หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ โดยหุ้นเอ็กซอน โมบิล พุ่งขึ้น 1.67% หุ้นเชฟรอน เพิ่มขึ้น 1.63% หุ้นเชซาพีค เอนเนอร์จี ทะยานขึ้น 5.4% หุ้นเดวอน เอนเนอร์จี พุ่งขึ้น 2.2% หุ้นอ็อคซิเดนเชียล ปิโตรเลียม เพิ่มขึ้น 0.9%

หุ้นฮัลลิเบอร์ตัน ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซรายใหญ่ของสหรัฐ พุ่งขึ้น 6.4% แม้บริษัทเปิดเผยกำไรในไตรมาส 3 ลดลง 32% สู่ระดับ 295 ล้านดอลลาร์ หรือ 34 เซนต์/หุ้น จากระดับ 435 ล้านดอลลาร์ หรือ 50 เซนต์/หุ้น ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

หุ้นโบอิ้งร่วงลง 3.8% หลังจากมีรายงานว่า อดีตนักบินทดสอบของโบอิ้งได้ส่งข้อความบอกกับเพื่อนร่วมงานรายหนึ่งว่า เขาได้ทำให้ผู้ควบคุมกฎระเบียบการบินเข้าใจผิดโดยไม่ตั้งใจเกี่ยวกับปัญหาของระบบควบคุมการบิน ซึ่งได้ถูกระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดอุบัติเหตุเครื่องบินโบอิ้ง 737 MAX ตกสองครั้งในอินโดนีเซียและเอธิโอเปีย

ส่วนหุ้นกลุ่มบริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ นำโดยหุ้น JD.com และหุ้น Ctrip.com International พุ่งขึ้น 3.68% และ 3.06% ตามลำดับ

นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยบริษัทราว 120 แห่ง หรือราว 24% ในดัชนี S&P 500 จะรายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงบริษัทโบอิ้ง, แคทเธอร์พิลลาร์, อเมซอน และอินเทล

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ ยอดขายบ้านมือสองเดือนก.ย., ดัชนีภาคการผลิตเดือนต.ค.จากเฟดริชมอนด์, ดัชนีราคาบ้านเดือนส.ค.,จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.ย., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือนต.ค.จากมาร์กิต, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นต้นเดือนต.ค.จากมาร์กิต, ยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ย. และความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนต.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ