ดาวโจนส์บวกเบาๆวันนี้ หลังพุ่งแรงวานนี้ ขานรับคืบหน้าเจรจาการค้า

ข่าวหุ้น-การเงิน 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562 20:56 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยในวันนี้ หลังจากดีดตัวกว่า 100 จุดวานนี้ ขานรับความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

ณ เวลา 20.52 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 27,105.67 จุด บวก 14.95 จุด หรือ 0.06%

ราคาหุ้นอัลฟาเบท อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล ดิ่งลงกว่า 1% หลังเปิดเผยว่า บริษัทมีกำไรต่ำกว่าคาดในไตรมาส 3 โดยมีกำไร 10.12 ดอลลาร์/หุ้น ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 12.44 ดอลลาร์/หุ้น อย่างไรก็ดี บริษัทมีรายได้ที่ระดับ 4.05 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 4.03 หมื่นล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงได้รับแรงหนุนจากความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ส่งสัญญาณว่าจะลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนก่อนการประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ในเดือนหน้า นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้

นายหวัง โชวเหวิน รมช.พาณิชย์จีน กล่าวว่า จีนจะยกเลิกข้อจำกัดต่อนักลงทุนต่างชาติ และจะไม่มีการบังคับให้บริษัทต่างชาติทำการถ่ายโอนเทคโนโลยีแก่จีน

ทั้งนี้ การบังคับถ่ายโอนเทคโนโลยีถือเป็นความขัดแย้งทางการค้าที่สำคัญระหว่างสหรัฐและจีน

"เราจะเร่งดำเนินการในการเปิดเสรีภาคการเงิน และจะยกเลิกข้อจำกัดทั้งหมดในด้านธุรกิจต่อธนาคารต่างชาติ, บริษัทหลักทรัพย์ และผู้จัดการกองทุนต่างชาติ และจะมีการปรับนโยบายเพื่อรับประกันว่านักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนภายในประเทศมีโอกาสที่เท่าเทียมกันในการผลิตรถยนต์พลังงานทดแทน ซึ่งมาตรการใหม่จะทำให้การลงทุนจากต่างชาติมีเสถียรภาพ และสร้างสภาวะการลงทุนที่โปร่งใส" นายหวังกล่าว

ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ส่งสัญญาณลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนก่อนการประชุมเอเปค

ปธน.ทรัมป์ระบุว่า เนื้อหาส่วนใหญ่ในข้อตกลงการค้าดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับภาคเกษตร และภาคธนาคาร

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐและจีนกำลังเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกตามที่ปธน.ทรัมป์ประกาศในวันที่ 11 ต.ค. ขณะที่ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า ตามกำหนดเดิมนั้น เขาและปธน.สี จิ้นผิงจะลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกในการประชุมเอเปคที่ชิลีในวันที่ 16-17 พ.ย. อย่างไรก็ดี ความไม่สงบทางการเมืองที่เกิดขึ้นในชิลีอาจเป็นอุปสรรคต่อการลงนามดังกล่าว

นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาการประชุมกำหนดนโยบายการเงินของเฟดในสัปดาห์นี้ โดยตลาดคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินวันที่ 29-30 ต.ค.

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่ามีโอกาสสูงถึง 96.2% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินในเดือนนี้

ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาการเปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาสของบริษัทแอปเปิล อิงค์ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งจะบ่งชี้ยอดขายสมาร์ทโฟนในตระกูล iPhone 11

ทั้งนี้ แอปเปิลจะเปิดเผยผลประกอบการประจำเดือนก.ค.-ก.ย. ซึ่งเป็นไตรมาส 4 ตามปีงบการเงินของบริษัท ซึ่งจะรวมถึงยอดขายของ iPhone 11, iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max ซึ่งมีการเปิดตัวในวันที่ 20 ก.ย.

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า แอปเปิลจะมีรายได้ 6.29 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดือนก.ค.-ก.ย. และมีกำไร 2.84 ดอลลาร์/หุ้น

ขณะนี้แอปเปิลนับเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท โดยมีมูลค่ามากกว่า 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ สูงกว่ามูลค่าตลาดของบริษัทไมโครซอฟท์

ส่วนการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในวันนี้ ผลสำรวจของเอสแอนด์พี คอร์โลจิก เคส ชิลเลอร์ ระบุว่า ดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศในสหรัฐเพิ่มขึ้น 3.2% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.1% ในเดือนก.ค.

ส่วนดัชนีราคาบ้านใน 20 เมืองของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 2.0% ในเดือนส.ค. เช่นเดียวกับในเดือนก.ค.

ราคาบ้านเพิ่มขึ้นสูงสุดในเมืองชาร์ลอตต์, แทมปา และแอตแลนตา


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ