ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดลบ 19.30 จุด วิตกข่าวสหรัฐ-จีนอาจไม่ลงนามข้อตกลงในเวทีเอเปค

ข่าวหุ้น-การเงิน 30 ตุลาคม พ.ศ. 2562 06:56 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (29 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวรายงานข่าวที่ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน อาจไม่มีการลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกในการประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ที่ประเทศชิลีในเดือนหน้า ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,071.42 จุด ลดลง 19.30 จุด หรือ -0.07% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,036.89 จุด ลดลง 2.53 จุด หรือ -0.08% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,276.85 จุด ลดลง 49.13 จุด หรือ -0.59%

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดอ่อนแรงลงหลังจากสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐรายหนึ่งว่า ปธน.ทรัมป์และปธน.สี จิ้นผิง อาจจะไม่มีการลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรกในการประชุมเอเปค ที่ประเทศชิลีในเดือนหน้า โดยมีสาเหตุมาจากการที่ทั้งสองฝ่ายยังคงต้องใช้เวลาในการเจรจามากขึ้น

รายงานข่าวดังกล่าวสวนทางกับทำเนียบขาวที่ได้แถลงก่อนหน้านี้ว่า ปธน.ทรัมป์และปธน.สี จิ้นผิงจะลงนามในข้อตกลงการค้าเฟสแรก นอกรอบการประชุมเอเปคซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 16-17 พ.ย.

ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีนได้ฉุดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและบริษัทผลิตชิปร่วงลง โดยหุ้นแอดวานซ์ ไมโคร ดิไวซ์ (เอเอ็มดี) ร่วงลง 1.9% หุ้นซิลลินซ์ (Xilinx) ดิ่งลง 2.5% หุ้นอินเทล ลดลง 0.7% หุ้นบรอดคอม ร่วงลง 1.1% หุ้นสกายเวิร์คส์ โซลูชั่น ลดลง 0.5% หุ้นควอลคอมม์ ร่วงลง 1.7% หุ้นไมครอน เทคโนโลยี ร่วงลง 1.2% หุ้น Nvidia ดิ่งลง 1.9% หุ้นไมโครซอฟท์ ลดลง 0.9%

หุ้นอัลฟาเบท ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล ร่วงลง 2.2% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรในไตรมาส 3 ที่ระดับ 10.12 ดอลลาร์/หุ้น ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 12.44 ดอลลาร์/หุ้น

หุ้นบียอนด์ มีท ดิ่งลง 22.2% หลังจากบริษัทประกาศแผนลดราคาสินค้า อันเนื่องมาจากการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาด

หุ้น GrubHub ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสั่งอาหารทางออนไลน์ ทรุดฮวบลง 43.3% เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่า ผลประกอบการของ GrubHub อาจได้รับผลกระทบจากการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดประเภทดังกล่าว

หุ้นเมิร์ค แอนด์ โค อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทเวชภัณฑ์รายใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสหรัฐ พุ่งขึ้น 3.5% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรในไตรมาส 3 ที่ระดับ 1.51 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 1.24 ดอลลาร์/หุ้น

หุ้นมาสเตอร์การ์ด บริษัทผู้ให้บริการทางการเงินระดับโลก ปรับตัวลง 0.6% แม้ว่าบริษัทเปิดเผยกำไรในไตรมาส 3 ที่ระดับ 2.15 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 2.01 ดอลลาร์/หุ้น

หุ้นเจเนอรัล มอเตอร์ (GM) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ พุ่งขึ้น 4.3% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรในไตรมาส 3 ที่ระดับ 1.72 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 1.31 ดอลลาร์/หุ้น

นักลงทุนจับตาผลการประชุมกำหนดนโยบายการเงินของเฟดในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ ขณะที่ตลาดคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ ผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐลดลงสู่ระดับ 125.9 ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. ขณะที่สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เพิ่มขึ้น 1.5% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.9%

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนต.ค.จาก ADP, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2562, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, รายได้และการใช้จ่ายส่วนบุคคลเดือนก.ย., ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนก.ย., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เขตชิคาโกเดือนต.ค., ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนต.ค., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือนต.ค.จากมาร์กิต, ดัชนีภาคการผลิตเดือนต.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) และการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือนต.ค.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ