ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดพุ่ง 114.75 จุด ทำนิวไฮ ขานรับสัญญาณเจรจาการค้าคืบหน้า

ข่าวหุ้น-การเงิน 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 06:49 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทำนิวไฮเมื่อคืนนี้ (4 พ.ย.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ทำสถิติปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน ขานรับสัญญาณบ่งชี้ถึงความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ หลังจากนายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์ของสหรัฐได้แสดงความเชื่อมั่นว่า สหรัฐและจีนจะบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกในเดือนนี้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,462.11 จุด พุ่งขึ้น 114.75 จุด หรือ +0.42% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,078.27 จุด เพิ่มขึ้น 11.36 จุด, +0.37% ดัชนี NASDAQ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดวันทำการล่าสุดที่ 8,433.20 จุด เพิ่มขึ้น 46.80 จุด, +0.56%

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นหลังจากนายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์ของสหรัฐ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวในระหว่างการเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ว่า เขาเชื่อว่าสหรัฐจะบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนในเดือนนี้ และคาดว่าบริษัทสหรัฐจะได้รับใบอนุญาตให้จำหน่ายสินค้าให้กับบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ของจีนในเร็วนี้

ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า การเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าเฟสแรกกำลังดำเนินไปด้วยดี และเขาหวังที่จะลงนามข้อตกลงดังกล่าวกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนในสหรัฐเมื่อการทำข้อตกลงเสร็จสมบูรณ์ นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์ส่งสัญญาณว่า เขาอาจลงนามข้อตกลงการค้ากับจีนที่รัฐไอโอวา ซึ่งเป็นรัฐที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการทำสงครามการค้าระยะเวลาเกือบ 16 เดือนระหว่างสหรัฐและจีน

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและผู้ผลิตชิปพุ่งขึ้นขานรับสัญญาณความคืบหน้าในการเจรจาการค้า โดยหุ้นแอดวานซ์ ไมโคร ดิไวซ์ (เอเอ็มดี) พุ่งขึ้น 4.01% หุ้นอินเทล พุ่งขึ้น 1.9% หุ้นซิลลินซ์ (Xilinx) ทะยานขึ้น 4.2% หุ้นบรอดคอม พุ่งขึ้น 2.8%% หุ้น Nvidia ทะยานขึ้น 3.9% หุ้นควอลคอมม์ ปรับตัวขึ้น 1.8% หุ้นไมครอน เทคโนโลยี พุ่งขึ้น 2.5% หุ้นไมโครซอฟท์ และหุ้นแอปเปิล บวก 0.6%

หุ้นกลุ่มธนาคารดีดตัวขึ้นหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ โดยหุ้นมอร์แกน สแตนลีย์ พุ่งขึ้น 3.1% หุ้นโกลด์แมน แซคส์ เพิ่มขึ้น 1.14% หุ้นเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค บวก 0.8% หุ้นซิตี้กรุ๊ป พุ่งขึ้น 1.7% หุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา พุ่งขึ้น 1.9%

หุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยหุ้นเชฟรอน พุ่งขึ้น 4.6% หุ้นเอ็กซอนโมบิล พุ่งขึ้น 2.97% หุ้นอ็อคซิเดนเชียล ปิโตรเลียม ทะยานขึ้น 4.6% หุ้นมาราธอน ปิโตรเลียม เพิ่มขึ้น 2.2% หุ้นฮัลลิเบอร์ตัน พุ่งขึ้น 4.8% นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากการเปิดเผยผลประกอบการที่สดใส โดยบริษัทจำนวนมากในดัชนี S&P 500 ได้รายงานผลประกอบการประจำไตรมาส 3 ขณะที่ 75% จากจำนวนดังกล่าวได้รายงานตัวเลขกำไรดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

อย่างไรก็ดี หุ้นแมคโดนัลด์ ร่วงลง 2.7% หลังจากบริษัท แมคโดนัลด์ คอร์ป ประกาศปลดนายสตีฟ อีสเตอร์บรูก ซีอีโอออกจากตำแหน่ง เนื่องจากทำผิดกฎบริษัทที่ห้ามไม่ให้ผู้บริหารมีความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมกับพนักงาน โดยทางบริษัทได้แต่งตั้งนายคริส เคมป์ชินสกี เข้ารับตำแหน่งประธานควบซีอีโอ

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า คำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐลดลง 0.6% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายเดือน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 0.5% หลังจากลดลง 0.1% ในเดือนส.ค.

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ ดุลการค้าเดือนก.ย., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนต.ค.จากมาร์กิต, ดัชนีภาคบริการเดือนต.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM), ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนก.ย., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนพ.ย.จากมหาวิทยาลยมิชิแกน และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนก.ย.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ